박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มป่องเหมือนอมลูกอม? ดูนูนขึ้นกว่าเดิม~

อาการกล้ามเนื้อโตชดเชยหลังฉีดโบท็อกซ์กราม เกิดจากการที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวส่วนอื่นทำงานหนักขึ้น ทำให้ขมับหรือกรามส่วนบนดูนูนขึ้น การฉีดโดยคำนึงถึงความสมดุลของกล้ามเนื้อใบหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มป่องเหมือนอมลูกอม? ดูนูนขึ้นกว่าเดิม~

เหตุผลที่อาจเกิดภาวะ ‘กล้ามเนื้อโตชดเชย’ หลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม

การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามคือการลดการทำงานของ **กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ (Masseter muscle)** ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อบริเวณกราม

เพื่อปรับกรอบหน้าให้ดูเรียวเล็กลง

M: กล้ามเนื้อบดเคี้ยวแมสซีเตอร์ที่ตอบสนองต่อโบท็อกซ์กราม, Management of masseter hypertrophy and bruxism with Botulinum Toxin A

กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์เป็นหนึ่งในกล้ามเนื้อที่ออกแรงมากที่สุดเวลาที่เราเคี้ยวอาหาร

ดังนั้นเมื่อกล้ามเนื้อส่วนนี้อ่อนแรงลง ใบหน้าจึงดูละมุนขึ้นและกรามดูเล็กลง

Management of masseter hypertrophy and bruxism with Botulinum Toxin A

แต่เนื่องจากร่างกายของคนเรามีกลไกในการรักษาสมดุลอยู่เสมอ

เมื่อการทำงานของกล้ามเนื้อมัดใดมัดหนึ่งลดลง กล้ามเนื้อมัดอื่นก็จะเข้ามาทำหน้าที่ชดเชย

ความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในจุดนี้ก็คือ

ภาวะกล้ามเนื้อโตชดเชย (Compensatory Hypertrophy) นั่นเองครับ

ภาวะกล้ามเนื้อโตชดเชยหลังฉีดโบท็อกซ์กราม Compensatory Masseteric Bulging: A Novel Observation and Its Implications for Botulinum Neurotoxin Injection TechniquesKyu‐Ho Yi 1,2,✉, Jovian Wan 3

อธิบายง่ายๆ คือ

👉 เป็นปรากฏการณ์ที่เมื่อกล้ามเนื้อมัดหนึ่งได้พัก กล้ามเนื้ออีกมัดหนึ่งจะต้องทำงานหนักขึ้นครับ


กล้ามเนื้อที่เราใช้ในการเคี้ยวอาหาร

กระบวนการเคี้ยวอาหารเกิดจากการทำงานร่วมกันของกล้ามเนื้อที่ซับซ้อนกว่าที่คิด

กล้ามเนื้อบดเคี้ยวที่สำคัญ ได้แก่

• กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ (Masseter)

• กล้ามเนื้อขมับ (Temporalis)

• กล้ามเนื้อเทอรีกอยด์มัดใน (Medial pterygoid)

กล้ามเนื้อเหล่านี้จะทำงานร่วมกันเพื่อขยับขากรรไกร

ดังนั้นเมื่อกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์อ่อนแรงลง

ร่างกายก็จะหันไปใช้งานกล้ามเนื้อบดเคี้ยวมัดอื่นมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ

• บริเวณขมับดูนูนขึ้น หรือ

• กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ส่วนบนดูปูดโปนขึ้นมาได้ครับ


รูปแบบของภาวะกล้ามเนื้อโตชดเชยที่มีรายงานจริง

① กล้ามเนื้อขมับโต (รู้สึกเหมือนขมับปูดออกมา)

Temporal volume increase after reduction of masseteric hypertrophy utilizing incobotulinumtoxin type AAndreas Nikolis 1,2,✉, Kaitlyn M Enright 1, Christina Rudolph 3, Sebastian Cotofana 4

จากงานวิจัยพบว่าหลังฉีดโบท็อกซ์กราม

จะสังเกตเห็นความหนาและความตึงตัว (Stiffness) ของกล้ามเนื้อขมับเพิ่มขึ้น

นั่นเป็นเพราะเมื่อกล้ามเนื้อกรามทำงานน้อยลง กล้ามเนื้อขมับจึงต้องรับหน้าที่ในการบดเคี้ยวมากขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงที่คนไข้มักจะรู้สึกได้ มีดังนี้ครับ

• รู้สึกเหมือนบริเวณขมับปูดออกมา

• ใบหน้าส่วนบนดูเบิกกว้างขึ้น

• รู้สึกปวดหัวบริเวณขมับ

โดยเฉพาะในผู้ที่มีนิสัยชอบกัดฟันแน่นๆ อาการเหล่านี้จะยิ่งปรากฏให้เห็นได้ชัดเจนขึ้นครับ​


② กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ส่วนบนโต (Upper Masseter Bulging)

กรณีที่กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ส่วนบนโตขึ้นหลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม Anatomical Considerations When Treating Compensatory Hypertrophy of the Upper Part of the Masseter after Long-Term Botulinum Neurotoxin Type A Injections
Compensatory Masseteric Bulging: A Novel Observation and Its Implications for Botulinum Neurotoxin Injection TechniquesKyu‐Ho Yi 1,2,✉, Jovian Wan 3

หากฉีดโบท็อกซ์ลดกรามซ้ำๆ โดยเน้นที่บริเวณกรามส่วนล่างเป็นหลัก

กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ส่วนล่างจะบางลง

ในขณะที่กล้ามเนื้อส่วนบนถูกใช้งานมากขึ้นเมื่อเทียบกัน

→ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่นูนออกมาเฉพาะส่วนบนได้ครับ

ในวารสารทางการแพทย์เรียกภาวะนี้ว่า

Compensatory masseteric bulging

ครับ


เหตุผลที่พบได้บ่อยกว่าที่คิดในทางคลินิก

ภาวะกล้ามเนื้อโตชดเชยมักเกิดขึ้นได้ง่ายในกรณีต่อไปนี้ครับ

✔ ฉีดเน้นเฉพาะกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ส่วนล่าง

✔ ใช้ปริมาณยาน้อยเกินไป หรือกระจายยาไม่สมดุล

✔ มีพฤติกรรมนอนกัดฟัน หรือเคี้ยวอาหารแรงๆ

✔ ฉีดซ้ำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

กล่าวคือ แทนที่จะคิดแค่ว่า ‘ลดขนาดกล้ามเนื้อกราม’

การพิจารณาถึงความสมดุลของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวทั้งหมดนั้นสำคัญกว่าครับ


ความเปลี่ยนแปลงที่คนไข้รู้สึกได้

นี่คือคำพูดที่มักได้ยินบ่อยๆ ในระหว่างการให้คำปรึกษาครับ

‘กรามเล็กลงนะคะ แต่รู้สึกเหมือนขมับปูดขึ้นมาเลย’

‘ใบหน้าส่วนบนดูบานขึ้นค่ะ’

‘รู้สึกเหมือนแก้มตอบลงกว่าเดิมค่ะ’

อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่

เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากความสมดุลของกล้ามเนื้อบนใบหน้าเปลี่ยนไปครับ​


วิธีป้องกัน (ในมุมมองของแพทย์)

1️⃣ ประเมินกล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ทั้งหมด

กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์เป็นกล้ามเนื้อที่กว้างกว่าที่คิดครับ

• ชั้นตื้น (Superficial)

• ชั้นลึก (Deep)

• ส่วนบน (Upper)

ไม่ควรดูแค่ส่วนล่างเพียงอย่างเดียว

แต่สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบความหนาและการเคลื่อนไหวโดยรวมทั้งหมดครับ

2️⃣ ประเมินกล้ามเนื้อขมับ

สิ่งนี้สำคัญมากโดยเฉพาะในคนไข้กลุ่มต่อไปนี้ครับ

• นอนกัดฟัน

• มีอาการปวดหัว

• รูปหน้าที่มีกล้ามเนื้อขมับชัดเจน

หากจำเป็น การรักษาบริเวณกล้ามเนื้อขมับควบคู่ไปด้วยจะช่วยให้ใบหน้าดูสมดุลและเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ

3️⃣ ตรวจสอบพฤติกรรมการบดเคี้ยว

การให้คำแนะนำแก่คนไข้ก็สำคัญเช่นกันครับ

• การเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆ

• การทานอาหารแข็งๆ

• การกัดฟันแน่น

หากมีพฤติกรรมเหล่านี้ กล้ามเนื้อก็อาจจะยังคงพัฒนาต่อไปได้ครับ

4️⃣ การฉีดแบบกระจายตัว

แทนที่จะทำให้กล้ามเนื้อส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นอัมพาตอย่างรุนแรง

การฉีดแบบกระจายโดยคำนึงถึงทิศทางการทำงานของกล้ามเนื้อ

คือวิธีที่จะช่วยลดภาวะกล้ามเนื้อโตชดเชยได้ครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

ภาวะกล้ามเนื้อโตชดเชยหลังฉีดโบท็อกซ์กราม ไม่ใช่ความผิดพลาดจากการฉีด

👉 แต่เป็นกลไกการชดเชยของกล้ามเนื้อตามธรรมชาติของร่างกายเราครับ

ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การดูที่กล้ามเนื้อกรามเพียงอย่างเดียว

แต่ต้องมองภาพรวมถึงความสมดุลของกล้ามเนื้อบดเคี้ยวบนใบหน้าทั้งหมดควบคู่ไปด้วยครับ

Like