박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

รอยคล้ำใต้ตา

รอยคล้ำใต้ตาไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ แต่เป็นลักษณะทางคลินิกที่เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ไขมันใต้ตาปูด ร่องน้ำตาลึก เม็ดสี หรือเส้นเลือด การรักษาที่ถูกต้องจึงต้องแก้ให้ตรงจุด

รอยคล้ำใต้ตา

สิ่งที่เรามักเรียกกันว่า ‘รอยคล้ำใต้ตา’ จริงๆ แล้วไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ครับ

“รอยคล้ำใต้ตาชัดมากเลยค่ะ”

นี่เป็นประโยคที่ผมได้ยินบ่อยมากในคลินิก

แต่ในความเป็นจริง ‘รอยคล้ำใต้ตา’ (Dark circle) ไม่ใช่คำศัพท์ทางการแพทย์ที่เคร่งครัด

แท้จริงแล้วมันคือความเปลี่ยนแปลงของสี เงา และการยุบตัวของโครงสร้าง

ที่มองเห็นได้บริเวณใต้ตา โดยเฉพาะบริเวณเปลือกตาล่าง (infra-orbital area)

ซึ่งเป็นคำที่คนไข้เรียกกันเพื่อความเข้าใจง่ายมากกว่าครับ

ในความเป็นจริง

จากงานวิจัยของ *Park et al.*

เรื่อง Treatments of Infra-Orbital Dark Circles by Various Etiologies

ได้อธิบายไว้ว่ารอยคล้ำใต้ตาไม่ใช่โรคเพียงโรคเดียว

👉 แต่เป็นลักษณะทางคลินิกที่เกิดจากหลายสาเหตุ (etiology) ครับ


รอยคล้ำใต้ตาไม่ใช่ปัญหาเรื่อง ‘สี’ แต่เป็นปัญหาที่ ‘สาเหตุ’

หลายคนมักคิดว่ารอยคล้ำใต้ตา

คือการที่ “ใต้ตาดำคล้ำขึ้น” เท่านั้น

แต่งานวิจัยได้จัดประเภทของรอยคล้ำใต้ตาตามสาเหตุ

และเน้นย้ำว่าวิธีการรักษาในแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

หากอ้างอิงจากงานวิจัยนี้

รอยคล้ำใต้ตาเกิดจากปัจจัยหลักๆ ดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยร่วมกันก็ได้ครับ


1️⃣ ไขมันใต้ตาปูดนูน (Protruding infra-orbital fat)

ไขมันใต้ตาปูดนูนมากจำเป็นต้องผ่าตัด
ไขมันใต้ตาปูดนูนไม่มากสามารถแก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์

เมื่ออายุมากขึ้น

ผนังกั้น (septum) และเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยพยุงไขมันใต้ตาจะอ่อนแอลง

ทำให้ไขมันถูกดันออกมาด้านหน้าและเกิดเป็นถุงใต้ตา (eye bag)

ในงานวิจัยยังระบุด้วยว่า

👉 ในกรณีนี้ สาเหตุหลักของรอยคล้ำใต้ตาไม่ใช่เม็ดสี

แต่เป็นไขมันที่ปูดออกมาและเงา (shadow) ที่เกิดขึ้นด้านใต้ครับ

มีบางกรณีที่ไขมันใต้ตาปูดนูนไม่มากสามารถแก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์

กรณีที่ไขมันปูดชัดเจน → การผ่าตัดแก้ไขจะได้ผลดีที่สุด

กรณีที่ยังไม่รุนแรง →

สามารถเติมเต็มร่องน้ำตาที่ยุบตัวบริเวณข้างไขมันที่ปูด

เพื่อปรับระดับความสูงต่ำให้เสมอกัน

ซึ่งเป็นการแก้ไขโดยไม่ต้องผ่าตัดที่ให้ผลลัพธ์ค่อนข้างน่าพึงพอใจครับ


2️⃣ ร่องน้ำตาลึก (Tear trough deformity)

👉 เป็นประเภทที่ตอบสนองต่อการฉีดฟิลเลอร์ได้ดีที่สุด

ไขมันใต้ตามีไม่มาก แต่ร่องน้ำตา (tear trough) ลึก

ทำให้เกิดเงาเหมือนหุบเขาเมื่อมีแสงตกกระทบ

งานวิจัยอธิบายประเภทนี้ว่าเป็น structural shadowing (เงาจากโครงสร้าง)

และระบุว่าแม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีจริงๆ แต่ใต้ตาก็ดูคล้ำและดูโทรมได้ครับ

👉 “ไม่ได้ดำ แต่ดูคล้ำเพราะมันยุบตัวลงไป” ครับ

ในกรณีนี้

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างเหมาะสม

และหากจำเป็น อาจปรับโครงสร้างเชื่อมต่อไปถึงร่องแก้มบน (Indian band)

Dermal Fillers for the Treatment of Tear Trough Deformity: A Review of Anatomy, Treatment Techniques, and their Outcomes

เพื่อปรับใต้ตาให้เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

จะช่วยให้ใบหน้าที่ดูโทรมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ


3️⃣ รอยคล้ำจากเม็ดสี (Pigmented dark circle)

รอยคล้ำจากเม็ดสีใต้ตา

แม้ใต้ตาจะไม่ได้ยุบตัว

แต่มีโทนสีน้ำตาลหรือสีเทา

ทำให้ดูคล้ำไปทั่วบริเวณ

ในงานวิจัย

👉 จัดประเภทนี้ว่าเป็น melanin-related dark circle (รอยคล้ำที่เกี่ยวข้องกับเมลานิน)

และระบุชัดเจนว่าฟิลเลอร์ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุครับ

Dermal Fillers for the Treatment of Tear Trough Deformity: A Review of Anatomy, Treatment Techniques, and their Outcomes

หัวใจสำคัญของการรักษาในกรณีนี้คือ

✔ การลดเลือนเม็ดสี

✔ การฟื้นฟูคุณภาพผิว (dermal quality) ครับ

สำหรับผมแล้ว

เลเซอร์โทนนิ่งลดรอยดำ

Potenza + Juvelook Booster

ควบคู่กับเลเซอร์คลื่นวิทยุ (RF)

จากนั้นจึงประเมินบริเวณที่ต้องแก้ไขด้วยฟิลเลอร์ในภายหลัง

นี่คือวิธีที่ผมแนะนำครับ

งานวิจัยยังอธิบายด้วยว่า แทนที่จะใช้เลเซอร์เพียงอย่างเดียว

การรักษาร่วมกับการปรับปรุงโครงสร้างผิว

จะให้ผลลัพธ์ในการลดเลือนเม็ดสีที่เสถียรกว่าครับ


4️⃣ รอยคล้ำจากเส้นเลือด (Vascular dark circle)

ผิวใต้ตาบาง

ทำให้มองเห็นหลอดเลือดดำด้านล่างเป็นสีคล้ำอมฟ้า

ในงานวิจัย

👉 ระบุว่าความหนาของชั้นหนังแท้ที่ลดลงและการซึมผ่านของหลอดเลือดเป็นสาเหตุหลักครับ

ภาพก่อนและหลังการแก้ไขรอยคล้ำใต้ตาที่เกิดจากเส้นเลือดบางมากด้วยฟิลเลอร์

ในกรณีนี้

เลเซอร์เส้นเลือด

คลื่นวิทยุ (RF) + สกินบูสเตอร์

และการใช้ฟิลเลอร์ปริมาณเล็กน้อย

จะช่วยให้ชั้นหนังแท้แน่นและมีความหนาแน่นขึ้น ทำให้รอยเส้นเลือดจางลงอย่างเห็นได้ชัดครับ


คุณคิมซูยงเป็นประเภทไหนกันนะ?

กรณีของคุณคิมซูยง หากอ้างอิงตามงานวิจัย

👉 จะใกล้เคียงกับประเภทที่ 2 (ร่องน้ำตาลึก) + ประเภทที่ 3 (รอยคล้ำจากเม็ดสี)

ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดร่วมกันครับ

ในกรณีเช่นนี้ อย่างที่งานวิจัยได้เน้นย้ำไว้

✔ การรักษาเพื่อลดเลือนเม็ดสีและปรับสีผิว

✔ การแก้ไขโครงสร้างที่ยุบตัว

ต้องทำควบคู่กันไปจึงจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจสูงครับ


บทสรุป – หัวใจสำคัญของการรักษารอยคล้ำใต้ตาคือ ‘การวินิจฉัยสาเหตุอย่างแม่นยำ’

ข้อความที่งานวิจัยนี้เน้นย้ำอย่างสม่ำเสมอมีเพียงข้อเดียวครับ

👉 รอยคล้ำใต้ตาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการรักษาเพียงวิธีเดียว

👉 การรักษาที่ตรงกับสาเหตุเท่านั้นที่จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ

หากเราแยกแยะโครงสร้างใต้ตา ความหนาของผิว เม็ดสี และสภาพเส้นเลือด

ได้อย่างถูกต้องและรักษาอย่างตรงจุด

ใบหน้าที่ดูโทรม ❌

ภาพลักษณ์ที่ดูหมองคล้ำและแก่กว่าวัย ❌

✔ จะเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่สว่างสดใส

✔ อ่อนโยน

✔ และดูเด็กลงได้อย่างแน่นอนครับ

Like