2026-07-03
รอยคล้ำใต้ตา
รอยคล้ำใต้ตาไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ แต่เป็นลักษณะทางคลินิกที่เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น ไขมันใต้ตาปูด ร่องน้ำตาลึก เม็ดสี หรือเส้นเลือด การรักษาที่ถูกต้องจึงต้องแก้ให้ตรงจุด

สิ่งที่เรามักเรียกกันว่า ‘รอยคล้ำใต้ตา’ จริงๆ แล้วไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ครับ
“รอยคล้ำใต้ตาชัดมากเลยค่ะ”
นี่เป็นประโยคที่ผมได้ยินบ่อยมากในคลินิก
แต่ในความเป็นจริง ‘รอยคล้ำใต้ตา’ (Dark circle) ไม่ใช่คำศัพท์ทางการแพทย์ที่เคร่งครัด
แท้จริงแล้วมันคือความเปลี่ยนแปลงของสี เงา และการยุบตัวของโครงสร้าง
ที่มองเห็นได้บริเวณใต้ตา โดยเฉพาะบริเวณเปลือกตาล่าง (infra-orbital area)
ซึ่งเป็นคำที่คนไข้เรียกกันเพื่อความเข้าใจง่ายมากกว่าครับ

ในความเป็นจริง
จากงานวิจัยของ *Park et al.*
เรื่อง Treatments of Infra-Orbital Dark Circles by Various Etiologies
ได้อธิบายไว้ว่ารอยคล้ำใต้ตาไม่ใช่โรคเพียงโรคเดียว
👉 แต่เป็นลักษณะทางคลินิกที่เกิดจากหลายสาเหตุ (etiology) ครับ
รอยคล้ำใต้ตาไม่ใช่ปัญหาเรื่อง ‘สี’ แต่เป็นปัญหาที่ ‘สาเหตุ’
หลายคนมักคิดว่ารอยคล้ำใต้ตา
คือการที่ “ใต้ตาดำคล้ำขึ้น” เท่านั้น
แต่งานวิจัยได้จัดประเภทของรอยคล้ำใต้ตาตามสาเหตุ
และเน้นย้ำว่าวิธีการรักษาในแต่ละประเภทนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ
หากอ้างอิงจากงานวิจัยนี้
รอยคล้ำใต้ตาเกิดจากปัจจัยหลักๆ ดังต่อไปนี้ ซึ่งอาจเกิดจากปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยร่วมกันก็ได้ครับ
1️⃣ ไขมันใต้ตาปูดนูน (Protruding infra-orbital fat)


เมื่ออายุมากขึ้น
ผนังกั้น (septum) และเนื้อเยื่ออ่อนที่คอยพยุงไขมันใต้ตาจะอ่อนแอลง
ทำให้ไขมันถูกดันออกมาด้านหน้าและเกิดเป็นถุงใต้ตา (eye bag)
ในงานวิจัยยังระบุด้วยว่า
👉 ในกรณีนี้ สาเหตุหลักของรอยคล้ำใต้ตาไม่ใช่เม็ดสี
แต่เป็นไขมันที่ปูดออกมาและเงา (shadow) ที่เกิดขึ้นด้านใต้ครับ

กรณีที่ไขมันปูดชัดเจน → การผ่าตัดแก้ไขจะได้ผลดีที่สุด
กรณีที่ยังไม่รุนแรง →
สามารถเติมเต็มร่องน้ำตาที่ยุบตัวบริเวณข้างไขมันที่ปูด
เพื่อปรับระดับความสูงต่ำให้เสมอกัน
ซึ่งเป็นการแก้ไขโดยไม่ต้องผ่าตัดที่ให้ผลลัพธ์ค่อนข้างน่าพึงพอใจครับ
2️⃣ ร่องน้ำตาลึก (Tear trough deformity)

👉 เป็นประเภทที่ตอบสนองต่อการฉีดฟิลเลอร์ได้ดีที่สุด
ไขมันใต้ตามีไม่มาก แต่ร่องน้ำตา (tear trough) ลึก
ทำให้เกิดเงาเหมือนหุบเขาเมื่อมีแสงตกกระทบ
งานวิจัยอธิบายประเภทนี้ว่าเป็น structural shadowing (เงาจากโครงสร้าง)
และระบุว่าแม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสีจริงๆ แต่ใต้ตาก็ดูคล้ำและดูโทรมได้ครับ
👉 “ไม่ได้ดำ แต่ดูคล้ำเพราะมันยุบตัวลงไป” ครับ
ในกรณีนี้
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอย่างเหมาะสม
และหากจำเป็น อาจปรับโครงสร้างเชื่อมต่อไปถึงร่องแก้มบน (Indian band)


เพื่อปรับใต้ตาให้เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ
จะช่วยให้ใบหน้าที่ดูโทรมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
3️⃣ รอยคล้ำจากเม็ดสี (Pigmented dark circle)

แม้ใต้ตาจะไม่ได้ยุบตัว
แต่มีโทนสีน้ำตาลหรือสีเทา
ทำให้ดูคล้ำไปทั่วบริเวณ
ในงานวิจัย
👉 จัดประเภทนี้ว่าเป็น melanin-related dark circle (รอยคล้ำที่เกี่ยวข้องกับเมลานิน)
และระบุชัดเจนว่าฟิลเลอร์ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุครับ


หัวใจสำคัญของการรักษาในกรณีนี้คือ
✔ การลดเลือนเม็ดสี
✔ การฟื้นฟูคุณภาพผิว (dermal quality) ครับ
สำหรับผมแล้ว
เลเซอร์โทนนิ่งลดรอยดำ
Potenza + Juvelook Booster
ควบคู่กับเลเซอร์คลื่นวิทยุ (RF)
จากนั้นจึงประเมินบริเวณที่ต้องแก้ไขด้วยฟิลเลอร์ในภายหลัง
นี่คือวิธีที่ผมแนะนำครับ
งานวิจัยยังอธิบายด้วยว่า แทนที่จะใช้เลเซอร์เพียงอย่างเดียว
การรักษาร่วมกับการปรับปรุงโครงสร้างผิว
จะให้ผลลัพธ์ในการลดเลือนเม็ดสีที่เสถียรกว่าครับ
4️⃣ รอยคล้ำจากเส้นเลือด (Vascular dark circle)
ผิวใต้ตาบาง
ทำให้มองเห็นหลอดเลือดดำด้านล่างเป็นสีคล้ำอมฟ้า
ในงานวิจัย
👉 ระบุว่าความหนาของชั้นหนังแท้ที่ลดลงและการซึมผ่านของหลอดเลือดเป็นสาเหตุหลักครับ

ในกรณีนี้
เลเซอร์เส้นเลือด
คลื่นวิทยุ (RF) + สกินบูสเตอร์
และการใช้ฟิลเลอร์ปริมาณเล็กน้อย
จะช่วยให้ชั้นหนังแท้แน่นและมีความหนาแน่นขึ้น ทำให้รอยเส้นเลือดจางลงอย่างเห็นได้ชัดครับ
คุณคิมซูยงเป็นประเภทไหนกันนะ?
กรณีของคุณคิมซูยง หากอ้างอิงตามงานวิจัย
👉 จะใกล้เคียงกับประเภทที่ 2 (ร่องน้ำตาลึก) + ประเภทที่ 3 (รอยคล้ำจากเม็ดสี)
ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดร่วมกันครับ
ในกรณีเช่นนี้ อย่างที่งานวิจัยได้เน้นย้ำไว้
✔ การรักษาเพื่อลดเลือนเม็ดสีและปรับสีผิว
✔ การแก้ไขโครงสร้างที่ยุบตัว
ต้องทำควบคู่กันไปจึงจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจสูงครับ
บทสรุป – หัวใจสำคัญของการรักษารอยคล้ำใต้ตาคือ ‘การวินิจฉัยสาเหตุอย่างแม่นยำ’
ข้อความที่งานวิจัยนี้เน้นย้ำอย่างสม่ำเสมอมีเพียงข้อเดียวครับ
👉 รอยคล้ำใต้ตาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการรักษาเพียงวิธีเดียว
👉 การรักษาที่ตรงกับสาเหตุเท่านั้นที่จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
หากเราแยกแยะโครงสร้างใต้ตา ความหนาของผิว เม็ดสี และสภาพเส้นเลือด
ได้อย่างถูกต้องและรักษาอย่างตรงจุด
ใบหน้าที่ดูโทรม ❌
ภาพลักษณ์ที่ดูหมองคล้ำและแก่กว่าวัย ❌
✔ จะเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่สว่างสดใส
✔ อ่อนโยน
✔ และดูเด็กลงได้อย่างแน่นอนครับ