박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบจริงหรือ?

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบจริงหรือ? ความจริงคือโบท็อกซ์ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อ ไม่ได้สลายไขมัน อาการแก้มตอบมักเกิดจากโครงสร้างเดิมที่ชัดขึ้นเมื่อกรามเล็กลง การปรับรูปหน้าโดยรวมจึงสำคัญ

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มตอบจริงหรือ?
ส่วนสีน้ำตาลที่ทำเครื่องหมาย ‘M’ คือกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (บริเวณที่เห็นผลจากการฉีดโบท็อกซ์ลดกราม) Management of masseter hypertrophy and bruxism with Botulinum Toxin A

ขนาดของกล้ามเนื้อกรามสามารถลดลงได้ด้วยการฉีดโบท็อกซ์ลดกรามเท่านั้น จึงถือเป็นวิธีสร้างกรอบหน้าวีเชปที่คุ้มค่าและได้ผลดีมาก

สาเหตุที่แท้จริงและวิธีแก้ไข

คำถามที่พบบ่อยที่สุดสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์กรามคือ

‘ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วจะทำให้แก้มตอบไหม?’

หลายคนกังวลเพราะรีวิวในอินเทอร์เน็ต

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยว่า

👉 ตัวโบท็อกซ์เองแทบจะไม่มีผลในการสลายไขมันจนทำให้แก้มตอบเลยครับ

หากเข้าใจเหตุผลเพียงเล็กน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเลยครับ


1. โบท็อกซ์ออกฤทธิ์ที่ ‘กล้ามเนื้อ’ ไม่ใช่ไขมัน

Botulinum Toxin A Effect in Neuromuscular Junction -Jamerson Silva

ขั้นตอนสำคัญ

1️⃣ การจับกับปลายประสาท (binding)

โบทูลินัมท็อกซินจะจับกับตัวรับที่ปลายประสาทสั่งการ

2️⃣ การเข้าสู่เซลล์ (endocytosis)

สารท็อกซินจะถูกนำเข้าสู่ภายในเซลล์ประสาท

3️⃣ การกระตุ้น light chain

ทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ในไซโทพลาซึม

4️⃣ การตัดโปรตีน SNARE

โดยเฉพาะการตัดโปรตีน SNAP-25

5️⃣ การยับยั้งการหลั่งอะเซทิลโคลีน

การส่งสัญญาณประสาทบริเวณรอยต่อระหว่างเซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อจะถูกบล็อก

→ ผลลัพธ์

กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ (temporary paralysis)

โบทูลินัมท็อกซินจะยับยั้งการหลั่ง acetylcholine ทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตชั่วคราว

**อธิบายง่ายๆ คือ การทำงานของโบท็อกซ์นั้นเรียบง่ายมากครับ

✔ บล็อกการส่งสัญญาณประสาท

✔ ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ

✔ ลดขนาดของกล้ามเนื้อ

กล่าวคือ เป็นยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะกับกล้ามเนื้อเท่านั้น

ไม่มีฤทธิ์ในการสลายหรือลดไขมันแต่อย่างใด

ดังนั้นในทางการแพทย์แล้ว

โบท็อกซ์กราม → ไขมันลดลง → แก้มตอบ

กระบวนการนี้จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ


2. แล้วทำไมถึงรู้สึกว่าแก้มตอบล่ะ?

ในความเป็นจริงมักเกิดจากสาเหตุอื่นครับ

① อาการแก้มตอบด้านข้างที่มีอยู่เดิมเริ่มชัดเจนขึ้น

หนึ่งในชั้นไขมันบนใบหน้าที่มักจะฝ่อตัวลงเป็นอันดับแรกๆ คือบริเวณแก้มด้านข้าง (mid cheek)

โดยเฉพาะ

ใต้โหนกแก้ม

ระหว่างหน้าแก้มและคาง

บริเวณเหล่านี้ไขมันจะลดลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น

เมื่อฉีดโบท็อกซ์กรามในสภาพเช่นนี้

✔ กล้ามเนื้อกรามเล็กลง

✔ กรอบหน้าดูเรียวขึ้น

จึงอาจทำให้รอยบุ๋มหรือแก้มตอบที่มีอยู่เดิมดูชัดเจนขึ้น

นั่นหมายความว่าไม่ได้เกิดจากโบท็อกซ์ แต่เป็นโครงสร้างเดิมที่ปรากฏชัดขึ้นต่างหาก

ชั้นไขมันบนใบหน้าถูกแบ่งเป็นห้องๆ ดังภาพ Superficial facial fat compartments and their relationship to the septa and retaining ligaments.

② ภาพลวงตาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสมดุลของใบหน้า

② -1. หลังฉีดโบท็อกซ์ลดกราม อาจรู้สึกว่าแก้มตอบ ร่องแก้ม หรือร่องน้ำหมากดูชัดขึ้น เนื่องจากใบหน้าส่วนกลางดูยาวขึ้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนอื่น และจุดศูนย์ถ่วงของใบหน้าที่เคยอยู่ด้านล่างถูกดึงขึ้นด้านบน ทำให้รู้สึกไปเองว่าแก้มด้านข้างดูตอบลง

เมื่อฉีดโบท็อกซ์ลดกราม

กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง ทำให้ความกว้างของใบหน้าส่วนล่างลดลง

ซึ่งจะส่งผลให้จุดศูนย์ถ่วงและสัดส่วนของใบหน้าเปลี่ยนไป

ก่อนทำ (Before)

ใบหน้าส่วนล่างกว้างและดูแข็ง

จุดศูนย์ถ่วงของใบหน้าอยู่ด้านล่าง

หลังทำ (After)

ความกว้างของกรามลดลง

จุดศูนย์ถ่วงของใบหน้าเคลื่อนขึ้นด้านบน

ดังนั้น แม้ว่าในความเป็นจริงจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก

✔ แต่ใบหน้าส่วนกลางอาจดูยาวขึ้น

✔ และอาจรู้สึกเหมือนแก้มด้านข้างตอบลงกว่าเดิม

กล่าวคือ

ไม่ได้ ‘ตอบลงจริงๆ’

แต่เป็นเพราะสมดุลของใบหน้าเปลี่ยนไปจึงทำให้ดูเป็นเช่นนั้น

เมื่อกรามเล็กลง ใบหน้าจะดูเล็กลง แต่ใบหน้าส่วนกลางจะดูเด่นขึ้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนอื่น ทำให้แก้มด้านข้างดูโหลหรือตอบลงได้

=> วิธีแก้ไขคือ พิจารณาบริเวณที่ตอบและบริเวณที่นูน โดยเติมเต็มวอลลุ่มในส่วนที่ตอบ / และใช้เครื่องมืออย่าง Ulthera หรือ LinearZ ในส่วนที่นูน เพื่อปรับรูปหน้าและจัดสัดส่วนโดยรวมของใบหน้าให้สมดุลครับ!!

② -2. ปัญหาความยืดหยุ่นของผิวและปริมาณไขมัน

อีกกรณีหนึ่งคือปัญหาเรื่องความหนาแน่นและความยืดหยุ่นของผิว

มักพบได้บ่อยในผู้ที่มีลักษณะดังนี้:

มีไขมันบริเวณแก้มด้านข้างน้อย

ผิวขาดความยืดหยุ่น

มีรอยบุ๋มหรือแก้มตอบใต้โหนกแก้ม

หากฉีดโบท็อกซ์ลดกรามในสภาพเช่นนี้

✔ การพยุงใบหน้าส่วนล่างจะลดลง

✔ ผิวขาดความยืดหยุ่น

✔ รอยบุ๋มเดิมจะยิ่งดูชัดเจนขึ้น

ดังนั้น

แก้มตอบด้านข้าง

ร่องแก้ม

และร่องน้ำหมาก อาจดูชัดเจนขึ้นจนสังเกตได้

ประเด็นสำคัญคือ

ไม่ใช่เพราะโบท็อกซ์ทำให้ไขมันลดลง แต่เป็นเพราะโครงสร้างเดิมปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้นต่างหาก

=> สามารถแก้ไขได้ด้วยการทำหัตถการกลุ่มยกกระชับ (Lifting) * กระชับสัดส่วน (Tightening) * และการฉีดคอลลาเจนบูสเตอร์เพื่อเพิ่มความหนาแน่นให้ผิวครับ


3. ดังนั้น ในการรักษาจริงเราจึงทำแบบนี้ครับ

คลินิกที่มีประสบการณ์มักจะไม่ฉีดโบท็อกซ์กรามเพียงอย่างเดียว

โดยเฉพาะในกรณีต่อไปนี้

✔ แก้มด้านข้างตอบ

✔ ใต้โหนกแก้มตอบ

✔ วอลลุ่มหน้าแก้มลดลง

หากพบปัญหาเหล่านี้ จะพิจารณาทำหัตถการอื่นควบคู่ไปด้วยเพื่อเสริมผลลัพธ์

ตัวอย่างเช่น

ฟิลเลอร์

Sculptra

Radiesse

เลเซอร์ยกกระชับ

การทำเช่นนี้จะช่วยให้

✔ สมดุลของใบหน้าดีขึ้น

✔ และผลลัพธ์จากโบท็อกซ์กรามดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น


4. ทำไมการฉีดโบท็อกซ์กราม + การเติมเต็มวอลลุ่มแก้มด้านข้างจึงสำคัญ

การลดขนาดกรามเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ใบหน้าสวยขึ้นเสมอไป ความสมดุล (balance) ต่างหากที่สำคัญ

หากทำควบคู่กัน

✔ ใบหน้าจะดูเล็กลง

✔ ดูเป็นธรรมชาติโดยไม่มีรอยบุ๋มหรือแก้มตอบ

✔ เพิ่มมิติให้ใบหน้า

ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาดีกว่ามากครับ

ดังนั้น ในความเป็นจริง การออกแบบรูปหน้าโดยพิจารณาวอลลุ่มร่วมด้วย จึงสำคัญกว่าการฉีดโบท็อกซ์กรามเพียงอย่างเดียว


5. คำอธิบายที่ใช้บ่อยที่สุดในการให้คำปรึกษาจริง

คนไข้มักจะพูดว่า

‘คุณหมอคะ กังวลว่าฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วแก้มจะตอบค่ะ’

ในกรณีนี้ ผมจะอธิบายว่า

‘โบท็อกซ์ไม่ได้ทำให้ไขมันลดลงครับ

แต่ส่วนที่เคยตอบอยู่แล้วอาจดูชัดเจนขึ้น ดังนั้นหากจำเป็น การเติมเต็มควบคู่ไปด้วยจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าครับ’

การใช้วิธีนี้จะทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและคนไข้มีความพึงพอใจสูงขึ้นมากครับ


สรุป

✔ โบท็อกซ์กรามไม่ได้ทำให้ไขมันลดลง

✔ อาการแก้มตอบส่วนใหญ่เกิดจากโครงสร้างเดิมของใบหน้า

✔ ไขมันบริเวณแก้มด้านข้างเป็นส่วนที่ลดลงตามธรรมชาติอยู่แล้ว

✔ การพิจารณาสมดุลของใบหน้าควบคู่ไปกับการฉีดโบท็อกซ์กรามเป็นสิ่งสำคัญ

ดังนั้น การออกแบบใบหน้าโดยรวมจึงสำคัญกว่าการโฟกัสแค่บริเวณกรามเพียงอย่างเดียวครับ

Like