2026-07-03
ครีมกันแดด คุณรู้จักและใช้อย่างถูกวิธีหรือไม่? – ตอนจบของซีรีส์เครื่องสำอางที่มักใช้ผิดวิธี
ครีมกันแดดเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการปกป้องผิวจากความร่วงโรย แต่หลายคนยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SPF, PA และวิธีการทาที่ถูกต้อง บทความนี้จะสรุปข้อเท็จจริงที่คุณต้องรู้

ตั้งแต่วาสลีน คลีนซิ่งออยล์ โทนเนอร์แบบเช็ด มาสก์หน้า ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว
เราได้รวบรวมเครื่องสำอางที่หลายคน ‘คิดว่าดีและใช้กันอยู่ แต่จริงๆ แล้วใช้ผิดวิธี’ มาให้แล้วครับ
สำหรับตอนสุดท้ายนี้ คือสิ่งสำคัญที่สุด แต่คนมักเข้าใจผิดกันมากที่สุด นั่นก็คือ ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด (ครีมกันแดด) ครับ
1️⃣ ต้องรู้จัก ‘รังสียูวี’ อย่างถูกต้อง
รังสียูวีแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ครับ

✔ รังสียูวีซี (UVC)
ส่วนใหญ่จะถูกดูดซับและกรองโดยชั้นโอโซน
✔ รังสียูวีบี (UVB)
มีประมาณ 5%
มีพลังงานสูง เป็นสาเหตุของผิวไหม้แดดและรอยแดง

✔ รังสียูวีเอ (UVA)
มีประมาณ 95%
เป็นรังสียูวีที่พบได้ในชีวิตประจำวัน
เป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดรอยดำและผิวแก่ก่อนวัย
หลายคนคิดว่า ‘แค่ระวังตอนแดดแรงๆ ก็พอ’
แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ทำให้ผิวแก่ชราคือ UVA ครับ
2️⃣ ครีมกันแดดแบบเคมี (Chemical) vs แบบฟิสิคัล (Physical) ต่างกันอย่างไร?
✔ ครีมกันแดดแบบเคมี (Chemical Sunscreen)
ดูดซึมเข้าสู่ผิวแล้วเปลี่ยนรังสียูวีให้เป็นความร้อน
ต้องทาก่อนออกแดด 20-30 นาทีจึงจะเห็นผล
✔ ครีมกันแดดแบบฟิสิคัล (Physical Sunscreen)
สะท้อนรังสียูวีออกจากพื้นผิว
ทาปุ๊บ ออกฤทธิ์ปกป้องผิวได้ทันที
3️⃣ SPF สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง
SPF = ค่าชี้วัดการปกป้องผิวจากรังสี UVB
SPF | ประสิทธิภาพการป้องกัน |
15 | 93% |
30 | 97% |
50 | 98% |
100 | 99% |
จุดสำคัญคือ SPF 50 และ 100 มีประสิทธิภาพการป้องกันต่างกันเพียง 1% เท่านั้นครับ
แล้วทำไมตัวเลขถึงสูงกว่ามาก?
→ มันคือแนวคิดเรื่อง ‘ระยะเวลา’ ในการปกป้องที่เพิ่มขึ้นครับ
ยกตัวอย่างเช่น
SPF 50 → ปกป้องได้ประมาณ 750 นาที
SPF 100 → ปกป้องได้ประมาณ 1,500 นาที
แต่ประเด็นสำคัญจริงๆ อยู่ตรงนี้ครับ
4️⃣ ในความเป็นจริง ระยะเวลาปกป้องสั้นกว่านั้นมาก
มาตรฐานการวัดค่า SPF คือการทาครีมกันแดดในปริมาณ 2 มิลลิกรัมต่อตารางเซนติเมตร (ประมาณเหรียญ 10 บาท)
แต่ในชีวิตจริง คนส่วนใหญ่ทาเพียง 1/4 ของปริมาณที่แนะนำเท่านั้น
นั่นหมายความว่า SPF 30 ไม่ได้ปกป้องนาน 7 ชั่วโมง
→ แต่ในความเป็นจริงจะปกป้องได้แค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น
ดังนั้น กฎพื้นฐานคือต้องทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงครับ
5️⃣ อยู่ในร่มไม่ต้องทาก็ได้ใช่ไหม?
✔ กรณีที่มีหน้าต่างกระจก
UVA สามารถทะลุผ่านกระจกได้ → จึงจำเป็นต้องทาครีมกันแดดครับ
แต่ถ้ามีฟิล์มกรองแสง ผ้าม่าน หรือมู่ลี่ที่ช่วยบังแสงแดด ก็ไม่จำเป็นต้องทาก็ได้ครับ
✔ แล้ว UVB ล่ะ?
ส่วนใหญ่จะถูกบล็อกโดยกระจกหน้าต่างอยู่แล้ว
ดังนั้น เมื่ออยู่ในร่ม สิ่งที่สำคัญกว่า SPF คือค่า PA (การปกป้อง UVA) ครับ
6️⃣ ใส่เสื้อผ้าก็ช่วยกันแดดได้ไม่ใช่หรือ?
แนวคิดที่สำคัญในเรื่องนี้คือ UPF (Ultraviolet Protection Factor) ครับ
UPF 50 → ป้องกันได้ 98% (เช่น ชุดว่ายน้ำแขนยาว, ร่มกันแดด)
เสื้อยืดผ้าฝ้ายทั่วไป → UPF 5 (รังสียูวีทะลุผ่านได้ 20%) : เสื้อผ้าทั่วไปแทบจะกันแดดไม่ได้เลยครับ
7️⃣ อยู่ในร่มเงา หรือวันที่มีเมฆมาก ปลอดภัยไหม?
หลายคนมักจะชะล่าใจในจุดนี้ครับ
✔ ร่มเงา
มีการกระเจิงของแสงในอากาศ + รังสียูวีที่สะท้อนจากพื้นหรือผิวน้ำ
ระดับการป้องกันจริงเทียบเท่า UPF 5-15 เท่านั้น
แทบจะไม่ช่วยป้องกันเลยครับ
✔ วันที่มีเมฆมาก
UVB จะลดลง
แต่ UVA ยังคงมีปริมาณแทบจะเท่าเดิม
สรุปคือ ในวันที่มีเมฆหมอกหรืออยู่ในร่มเงา ครีมกันแดดก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นครับ
สรุปประเด็นสำคัญ
สิ่งที่ทำให้ผิวแก่ก่อนวัยคือ UVA
SPF เป็น ‘แนวคิดเรื่องเวลา’ มากกว่าประสิทธิภาพการป้องกัน
ระยะเวลาการปกป้องจริงสั้นกว่าที่คิดมาก
กฎพื้นฐานคือต้องทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
แม้จะอยู่ในร่มก็อาจจำเป็นต้องทา ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม
เสื้อผ้า ร่มเงา และก้อนเมฆ ไม่สามารถป้องกันรังสียูวีได้อย่างสมบูรณ์
บทสรุป
ครีมกันแดดไม่ใช่ ‘ผลิตภัณฑ์ที่ทาเฉพาะฤดูร้อน’ แต่เป็นการดูแลขั้นพื้นฐานที่สุดเพื่อป้องกันผิวแก่ก่อนวัยครับ
สิ่งพื้นฐานนี้สำคัญยิ่งกว่าการทำหัตถการราคาแพงเสียอีก
เพียงแค่ทาให้สม่ำเสมอ / และทาให้ถูกวิธี แค่รักษาสองข้อนี้ ผิวของคุณจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ