박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

โรครอซาเซีย (Rosacea) กับสิว ต่างกันอย่างไร?

โรครอซาเซีย (Rosacea) และสิวอาจดูคล้ายกัน แต่มีสาเหตุและวิธีการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บทความนี้จะเปรียบเทียบความแตกต่างและวิธีสังเกตอาการเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

โรครอซาเซีย (Rosacea) กับสิว ต่างกันอย่างไร?

🔍 โรครอซาเซีย (Rosacea) vs สิว ต่างกันอย่างไร?

“มีตุ่มขึ้นที่แก้มตลอดเลย นี่ไม่ใช่สิวหรอกเหรอ?”

“ผิวแดงและแสบมาก ไปรักษาสิวมาแล้วก็ยังไม่ดีขึ้นเลย…”

นี่คือคำถามที่หมอมักจะได้ยินบ่อยๆ ในคลินิกค่ะ

แม้ภายนอกจะดูคล้ายกัน แต่โรครอซาเซียและสิวนั้นมีสาเหตุและวิธีการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงค่ะ

วันนี้เราจะมาเปรียบเทียบทั้งสองอย่างนี้ให้เข้าใจกันง่ายๆ นะคะ

1️⃣ สิว (Acne vulgaris) คืออะไร?

✔ ลักษณะสำคัญของสิว

มีการหลั่งซีบัม (ไขมัน) มากเกินไป

รูขุมขนอุดตัน + การอักเสบ

มีสิวเสี้ยน (สิวหัวดำ), สิวหัวขาว และสิวหนองร่วมด้วย

มักเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก (โดยเฉพาะ T-zone บนใบหน้า, แผ่นหลัง, หน้าอก ฯลฯ)

✔ สาเหตุของการเกิดสิว

การผลิตไขมันเพิ่มขึ้น

อิทธิพลของฮอร์โมน

รูขุมขนอุดตัน

การเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว

👉 การมีสิวอุดตัน (Comedone) เป็นจุดสำคัญที่ทำให้แตกต่างจากโรครอซาเซียค่ะ!!

https://qima-lifesciences.com/acne-en/acne-vulgaris-symptoms-treatments/

รอยโรคที่ไม่มีการอักเสบ: สิวหัวขาว, สิวหัวดำ

รอยโรคที่มีการอักเสบ: สิวตุ่มแดง, สิวหนอง, สิวอักเสบชนิดตุ่มลึก, สิวซีสต์

พอร์ทัลข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ กรมควบคุมโรค เกาหลีใต้

ประเภทของสิวอุดตัน

พอร์ทัลข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ กรมควบคุมโรค เกาหลีใต้

2️⃣ โรครอซาเซีย (Rosacea) คืออะไร?

✔ ลักษณะสำคัญของโรครอซาเซีย

ใบหน้าแดงง่าย (มีรอยแดงเรื้อรัง+, อาการหน้าแดงวูบวาบ+)

รู้สึกร้อนผ่าว, แสบ, แสบร้อน (Burning sensation +)

อาจมีตุ่มอักเสบเล็กๆ คล้ายสิวผด แต่ไม่มีสิวอุดตัน (Comedone - )

มักเกิดบริเวณแก้ม, รอบจมูก และคาง

https://revivalderm.com/rosacea-understanding-the-types/

✔ สาเหตุของโรครอซาเซีย

เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย

หลอดเลือดตอบสนองไวเกินไป

การใช้ยาทาสเตียรอยด์ผิดวิธีหรือมากเกินไป

การผลัดเซลล์ผิวมากเกินไป, การทำเลเซอร์ที่ไม่เหมาะกับสภาพผิว, เครื่องสำอางที่ระคายเคืองผิวอย่างรุนแรง

👉 **“การอักเสบ + หลอดเลือด + ปัญหาเกราะป้องกันผิว”** คือหัวใจสำคัญค่ะ

3️⃣ เปรียบเทียบโรครอซาเซีย vs สิว แบบเข้าใจง่าย

หัวข้อ

สิว

โรครอซาเซีย

สาเหตุหลัก

ไขมัน, รูขุมขน

เกราะป้องกันผิว, หลอดเลือด

สิวหัวดำ

มีมาก

แทบไม่มี

รอยแดง

มีเฉพาะตอนอักเสบ

ใบหน้าแดงตลอดเวลา

อาการ

เจ็บเฉพาะตอนอักเสบ, อาจเกิดรอยแผลเป็นได้

ร้อนผ่าว, แสบ, ไม่เกิดรอยแผลเป็น

ปัจจัยกระตุ้น

อาหาร, แอลกอฮอล์, บุหรี่, ฮอร์โมนเพศ, การนอนหลับ, ความเครียด, เครื่องสำอางและการล้างหน้าที่ผิดวิธี, ฤดูกาล

ความร้อน, แอลกอฮอล์, การระคายเคือง, เครื่องสำอางและการล้างหน้าที่ผิดวิธี

การรักษา

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, ใช้ยารักษา, ทรีทเมนต์+เลเซอร์+คลื่นวิทยุแบบมีเข็ม (Microneedle RF)

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, ใช้ยารักษา, เลเซอร์รักษารอยแดง+คลื่นวิทยุ (RF)+สกินบูสเตอร์

4️⃣ เหตุผลที่ทำให้แย่ลงเพราะความสับสน

หากเข้าใจผิดว่าโรครอซาเซียเป็นสิว

❌ การผลัดเซลล์ผิว (Peeling)

❌ การกดสิว

❌ หัตถการควบคุมความมัน

❌ การสครับขัดผิว

การรักษาเหล่านี้อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้ค่ะ

“ยิ่งรักษาก็ยิ่งแดงขึ้น”

ในกรณีนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นโรครอซาเซียค่ะ

5️⃣ แนวทางการรักษาก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

✔ การรักษาสิว

ควบคุมความมัน

รักษาการอักเสบ

กดสิว + ทรีทเมนต์ฟื้นฟูผิว

อาจใช้ยารับประทานร่วมด้วยในบางกรณี

✔ การรักษาโรครอซาเซีย

ปลอบประโลมผิว

ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว

ปรับสมดุลหลอดเลือด

ลดการระคายเคืองให้เหลือน้อยที่สุดเป็นอันดับแรก

👉 แม้จะเป็น ‘ตุ่ม’ เหมือนกัน แต่แนวทางการรักษากลับตรงกันข้ามเลยค่ะ

6️⃣ หากมีอาการเหล่านี้ ควรสงสัยว่าเป็นโรครอซาเซีย

รักษาสิวแล้วแต่หน้ายังแดงอยู่ตลอด

หลังล้างหน้ารู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า

อาการแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดหลังดื่มแอลกอฮอล์, กาแฟ หรือเข้าซาวน่า

อาการแย่ลงหลังใช้ยาทาสเตียรอยด์

✔ บทสรุป

โรครอซาเซียและสิว

**“เป็นโรคผิวหนังที่ดูคล้ายกัน แต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง”** ค่ะ

หากเริ่มรักษาโดยไม่มีการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

อาจทำให้การฟื้นฟูช้าลงกว่าเดิมได้ค่ะ

การรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวคือสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ

Like