2026-07-03
เหตุผลที่การออกแบบ Ultherapy ถึงสำคัญ (ทำไมต้องทำหัตถการไปพร้อมกับดูอัลตราซาวนด์ DeepSEE)
Ultherapy ไม่ใช่แค่การยิงช็อตเยอะๆ แต่การออกแบบและการเลือกหัวยิงให้เหมาะกับโครงสร้างผิวแต่ละคนผ่านอัลตราซาวนด์ DeepSEE คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ผลลัพธ์การยกกระชับออกมาดีที่สุด

เมื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการยกกระชับ มักจะได้รับคำถามนี้บ่อยๆ ค่ะ
‘ทำ Ultherapy แค่ 300 ช็อต หรือ 400 ช็อต ก็พอใช่ไหมคะ?’
แต่ในการทำ Ultherapy สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนช็อตคือ ‘การออกแบบ’ ค่ะ

โดยเฉพาะ Ultherapy ที่มีความแตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นๆ ตรงที่มีฟังก์ชันอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ (DeepSEE)
ทำให้สามารถทำหัตถการไปพร้อมกับดูโครงสร้างภายในชั้นผิวได้ค่ะ
ดังนั้น เนื่องจากคนไข้แต่ละคนมี
ความหนาของผิว
ความหนาของชั้นไขมัน
และตำแหน่งของชั้น SMAS ที่แตกต่างกัน
จึงไม่สามารถใช้หัวยิง (Tip) แบบเดียวกันกับทุกคนได้ค่ะ
ฟังก์ชันหลักของ Ultherapy
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ Ultherapy คือ
👉 การทำหัตถการไปพร้อมกับดูโครงสร้างภายในชั้นผิวด้วยอัลตราซาวนด์แบบเรียลไทม์ค่ะ
ผ่านฟังก์ชัน DeepSEE
ทำให้สามารถตรวจสอบความหนาของผิว
ชั้นไขมัน
และตำแหน่งของชั้น SMAS ได้

ดังนั้น แพทย์ผู้ทำหัตถการจึงสามารถตรวจสอบตำแหน่งที่ส่งผ่านพลังงานได้อย่างแม่นยำในขณะที่ทำค่ะ
การเลือกหัวยิง (Tip) ของ Ultherapy
โดยทั่วไป Ultherapy
จะใช้หัวยิง 3 ระดับความลึก ได้แก่
4.5mm
3.0mm
1.5mm

แต่ความลึกเหล่านี้
❗ ‘ไม่ได้หมายถึงชั้นผิวที่ตายตัวเสมอไปค่ะ’
เพราะคนไข้แต่ละคนมี
ความหนาของผิว
ความลึกของชั้น SMAS
และชั้นไขมันที่แตกต่างกัน
ดังนั้น ในการทำหัตถการจริง 👉 จึงต้องเลือกหัวยิงโดยตรวจสอบโครงสร้างผิวด้วย DeepSEE ค่ะ
ยกตัวอย่างเช่น
ในคนไข้บางราย หัวยิง 4.5mm อาจเข้าถึงชั้น SMAS ได้พอดี
แต่ในคนไข้บางราย ชั้น SMAS อาจจะอยู่ลึกกว่าหรือตื้นกว่านั้นค่ะ
ดังนั้น การเลือกใช้หัวยิงจึงไม่ควรใช้สูตรตายตัว
แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละบุคคลค่ะ
การออกแบบ Ultherapy
Ultherapy ไม่ใช่แค่การยิงช็อตจำนวนมากๆ
แต่เป็นการทำหัตถการที่ต้องออกแบบโดยคำนึงถึงทิศทางการยกกระชับค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น
การยกกระชับเหนียงและกรอบหน้า
การยกกระชับกระพุ้งแก้ม
การลดเลือนร่องแก้ม
แต่ละบริเวณจะมีตำแหน่งที่ต้องโฟกัสและการออกแบบที่แตกต่างกันค่ะ
ดังนั้น
จึงต้องออกแบบโดยพิจารณาจาก
ความลึกของพลังงาน
การจัดวางช็อต
และทิศทางในการยิงค่ะ
จำนวนช็อตตัดสินใจอย่างไร?
จำนวนช็อตของ Ultherapy ไม่ใช่ว่ายิ่งเยอะยิ่งดีเสมอไปค่ะ
แต่จะตัดสินใจโดยพิจารณาจากปัจจัยดังต่อไปนี้:
1️⃣ ขนาดของใบหน้า
2️⃣ ระดับความหย่อนคล้อย
3️⃣ ความหนาของผิว
4️⃣ บริเวณที่ทำหัตถการ
ยกตัวอย่างเช่น
การยกกระชับที่เน้นกรอบหน้า
หรือการยกกระชับที่เน้นบริเวณแก้ม
การแบ่งสัดส่วนช็อตก็จะแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมค่ะ
กระบวนการเกิดผลลัพธ์ของ Ultherapy
Ultherapy จะทำงานโดย
1️⃣ การสร้างจุดสะสมความร้อน

2️⃣ การหดตัวของเนื้อเยื่อ
3️⃣ การสร้างคอลลาเจนใหม่

ผลลัพธ์การยกกระชับจะเกิดขึ้นผ่านกระบวนการเหล่านี้ค่ะ
ดังนั้น โดยทั่วไป
👉 ผลลัพธ์จะเห็นได้ชัดเจนและดีที่สุดในช่วง 2-3 เดือนหลังทำค่ะ


สรุป
Ultherapy ไม่ใช่หัตถการที่ตัดสินผลลัพธ์กันแค่
จำนวนช็อต
หรือหัวยิงเท่านั้น
✔ การตรวจสอบโครงสร้างผิว
✔ การเลือกหัวยิง
✔ และการออกแบบช็อต ล้วนเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 👉 การทำหัตถการไปพร้อมกับตรวจสอบโครงสร้างภายในชั้นผิวด้วยอัลตราซาวนด์ DeepSEE
ถือเป็นจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของ Ultherapy ค่ะ