박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

ร่องใต้ตาลึก & ถุงใต้ตาปูด — สรุปเกณฑ์การรักษาตามแต่ละประเภท

ร่องใต้ตาและถุงใต้ตาไม่สามารถรักษาด้วยวิธีเดียวกันได้ทั้งหมด ต้องวิเคราะห์โครงสร้าง ความหย่อนคล้อย และสภาพผิว เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนาน

ร่องใต้ตาลึก & ถุงใต้ตาปูด — สรุปเกณฑ์การรักษาตามแต่ละประเภท

บริเวณใต้ตาไม่ใช่จุดที่เพียงแค่ ‘ดูลึก’ แล้วจะสามารถใช้วิธีการรักษาเดียวกันได้ทั้งหมด

จำเป็นต้องแยกแยะปัจจัย 3 ประการอย่างชัดเจน ได้แก่ โครงสร้าง ความหย่อนคล้อย และสภาพผิว เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้ยาวนาน

วันนี้เราจะมาสรุปเกณฑ์การรักษาที่เหมาะสมสำหรับปัญหาใต้ตาในแต่ละประเภทอย่างละเอียดกันครับ/ค่ะ


1. ถุงใต้ตาปูด (กรณีที่เป็นไม่มาก)

(A): Anatomy of malar edema and an orbital fat prolapse; (B): Representative image of pre-existing mild malar edema and orbital fat prolapse. -(Non-ischemic complications of dermal fillers)

เป็นภาวะที่ใต้ตาดูนูนขึ้นมา แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด

ในกรณีนี้ หลายคนมักคิดว่าต้องเอาไขมันออก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ‘การยกกระชับ’ (Tightening) คือหัวใจสำคัญ

เพราะส่วนใหญ่มักเกิดจากเนื้อเยื่อที่คอยพยุงไขมันสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ไขมันดันตัวนูนออกมา มากกว่าจะเป็นปัญหาที่ตัวไขมันเอง

หากฉีดฟิลเลอร์มากเกินไปในขั้นตอนนี้ อาจทำให้ใต้ตายิ่งดูบวมตุ่ยและเกิดผลเสียตามมา จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

หัตถการที่แนะนำ ได้แก่ อายอัลเทอร่า (Eye Ultherapy) และอายเชิร์ฟ (Eye Sherf) โดยเน้นการฟื้นฟูเส้นเอ็นยึดเกาะผิวและยกกระชับผิวไปพร้อมๆ กัน


2. ร่องลึกจากโครงสร้าง (Volume Loss)

เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด โดยใต้ตาจะดูลึกจนคล้ายรอยคล้ำ หรือดูเหมือนรอยต่อระหว่างใต้ตากับหน้าแก้มขาดหายไป

เนื่องจากเป็นเพียงภาวะที่สูญเสียวอลลุ่ม การฟื้นฟูโครงสร้างจึงเป็นหัวใจหลักของการรักษา

Tear trough rejuvenation using Restylane Eyelight02 November 2022 Jounal of Aesthetic nursing podcast
Tear trough rejuvenation using Restylane Eyelight02 November 2022 Jounal of Aesthetic nursing podcast

สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่แนวคิดในการ ‘เติมเต็ม’ แต่เป็นการออกแบบเพื่อเชื่อมต่อบริเวณที่ลึกโบ๋เข้ากับเนื้อเยื่อโดยรอบอย่างเป็นธรรมชาติ

ต้องใช้เทคนิคการจัดเรียงชั้นลึกและชั้นตื้น (Layering) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและไม่หลอกตา

การรักษาที่แนะนำ ได้แก่ การร้อยไหมเพิ่มวอลลุ่มแจมเบอร์ (Jamver Volume Thread) หรือการใช้ฟิลเลอร์ Restylane Eyelight ร่วมกับ Belotero Soft


3. ร่องลึกจากโครงสร้าง + ความหย่อนคล้อย (Volume + Laxity)

ภาพก่อนและหลังการร้อยไหมใต้ตาแจมเบอร์ 4 เส้น + ฟิลเลอร์ Belotero Soft 1cc + อัลเทอร่า 400 ช็อต (รวมอายอัลเทอร่า)

นี่คือประเภทที่พบได้บ่อยที่สุดในคลินิก

ลักษณะเด่นคือมีร่องลึกร่วมกับผิวที่หย่อนคล้อยเล็กน้อย รอยต่อระหว่างใต้ตากับแก้มดูไม่ชัดเจน และจะยิ่งเห็นชัดขึ้นเวลาที่ยิ้ม

ในกรณีนี้ หากฉีดฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว ใต้ตาจะดูบวมตุ่ย แต่หากทำแค่การยกกระชับ ร่องลึกก็จะยังคงอยู่

ดังนั้น กลยุทธ์สำคัญคือต้องทำการยกกระชับควบคู่ไปกับการเติมวอลลุ่มเสมอ

หัตถการยกกระชับที่ใช้ ได้แก่ อายอัลเทอร่า (Eye Ultherapy), อายเทอร์มาจ (Eye Thermage) หรือ อายเชิร์ฟ (Eye Sherf) โดยทำร่วมกับการเติมวอลลุ่ม (ฟิลเลอร์หรือไหมเพิ่มวอลลุ่ม) ตามที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้ การทำทั้งสองอย่างควบคู่กันจึงจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง


4. ปัญหาด้านสภาพผิว (Skin Quality)

เป็นกรณีที่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ร่องลึกหรือความหย่อนคล้อย แต่อยู่ที่ตัวสภาพผิวเอง

ได้แก่ ผู้ที่มีผิวใต้ตาบางและขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยเล็กๆ (ผิวดูยับย่น) หรือมีความกังวลหลักเรื่องรอยดำคล้ำใต้ตา

ประเภทนี้ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ เพราะแม้จะเติมวอลลุ่มเข้าไป แต่หากคุณภาพผิวไม่ได้ถูกฟื้นฟู ผลลัพธ์ก็จะไม่เป็นธรรมชาติ และอาจเกิดผลข้างเคียงทำให้ผิวดูตึงรั้งผิดปกติได้

ควรเน้นไปที่การฟื้นฟูเซลล์ผิวและคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวโดยตรง

หัตถการที่แนะนำ ได้แก่ อายเทอร์มาจ (Eye Thermage), อายเชิร์ฟ (Eye Sherf), จูเวลุค อาย (Juvelook Eye), อายริทูโอ (Eye Rituo) และสกินโบท็อกซ์ (Skin Botox) โดยใช้วิธีการกระตุ้นการสร้างผิวใหม่และยกกระชับไปพร้อมๆ กัน


5. บทสรุปที่สำคัญที่สุด

บริเวณใต้ตาไม่ใช่จุดที่จะสามารถแก้ไขได้ด้วยหัตถการเพียงอย่างเดียว

ปัญหาโครงสร้างต้องได้รับการเติมเต็ม ปัญหาความหย่อนคล้อยต้องได้รับการยกกระชับ และปัญหาผิวต้องได้รับการฟื้นฟู

ต้องพิจารณาทั้ง 3 ปัจจัยนี้ร่วมกัน จึงจะสร้าง ‘ใต้ตาที่ดูสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและไม่หลอกตา’ ได้

ใต้ตาไม่ใช่แค่บริเวณที่ต้องเติมเต็มส่วนที่ลึกโบ๋ แต่เป็นบริเวณที่ต้องออกแบบโครงสร้าง ความหย่อนคล้อย และสภาพผิวไปพร้อมๆ กัน

การฉีดฟิลเลอร์หรือทำแค่การยกกระชับเพียงอย่างเดียวโดยไม่แยกแยะประเภทของปัญหา ท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ

การวินิจฉัยที่แม่นยำและการเลือกวิธีรักษาให้ตรงกับแต่ละประเภท คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดของการทำหัตถการใต้ตา

Like