박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

ร่องแก้มลึก สมัยนี้ไม่ได้แก้ด้วย ‘ฟิลเลอร์ร่องแก้ม’ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

ร่องแก้มลึกเกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งการยุบตัวของกระดูก ความหย่อนคล้อย และกล้ามเนื้อ การฉีดฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ ปัจจุบันเน้นการแก้ปัญหาที่โครงสร้างด้วย Radiesse และการยกกระชับ

ร่องแก้มลึก สมัยนี้ไม่ได้แก้ด้วย ‘ฟิลเลอร์ร่องแก้ม’ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป

เวลาที่ให้คำปรึกษาเรื่องร่องแก้มลึก ประโยคที่หมอมักจะได้ยินบ่อยที่สุดคือ

‘ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเลยไม่ได้เหรอคะ?’

ในอดีตอาจจะเป็นคำตอบที่ใช่ครับ แต่สมัยนี้อาจจะไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องเสมอไป

นั่นเป็นเพราะร่องแก้มลึก

👉 มักไม่ได้เกิดจากปัญหาที่บริเวณร่องแก้มโดยตรง

👉 แต่เป็น ‘ผลลัพธ์’ ที่เกิดจากโครงสร้างใบหน้าและความหย่อนคล้อยเสียมากกว่าครับ


ร่องแก้มคืออะไร?

ร่องแก้ม (Nasolabial folds) มีลักษณะคล้ายตัวอักษรจีน ‘八’ เป็นเส้นริ้วรอยที่ลากเฉียงลงมาจากขอบบนของร่องระหว่างจมูกกับแก้ม (Nasolabial groove) ทอดยาวไปทางกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง

การจัดระดับความรุนแรงของร่องแก้ม https://www.mudanpavilion.com/en/filler/e01tp-3tb81-tp3ta7-17/

ร่องแก้มลึก เกิดจากอะไร?

หากแบ่งร่องแก้มออกเป็น 3 ประเภท

งานวิจัยล่าสุดได้จัดแบ่งร่องแก้ม

ตามสาเหตุการเกิดออกเป็น 3 ประเภทครับ

Why Do Nasolabial Folds Appear? Exploring the Anatomical Perspectives and the Role of Thread-Based Interventions

การแบ่งประเภทตามสาเหตุของร่องแก้ม

Type 1 (A): มีลักษณะเด่นคือการยุบตัวของบริเวณข้างจมูก (Paranasal region)

Type 2 (B): เกิดจากความหย่อนคล้อยหรือการตกลงมาของไขมันบริเวณร่องแก้ม (Nasolabial fat)

Type 3 (C): รอยย่นที่เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อดึงริมฝีปากบน (Levator muscles of the upper lip)

① ประเภทที่ 1 – ร่องแก้มที่ดูชัดจากการยุบตัวของร่องข้างจมูก (ขาดวอลลุ่มบริเวณข้างจมูก)

กรณีที่บริเวณข้างจมูกหรือปีกจมูกเกิดการยุบตัวลง ทำให้ร่องแก้มดูเด่นชัดขึ้น

ไขมันบริเวณใต้ร่องแก้มมีน้อย

ในขณะที่ไขมันเหนือร่องแก้มค่อนข้างหนา

ทำให้เห็นเป็นรอยพับลึกอย่างชัดเจน

👉 กรณีนี้ไม่ใช่แค่รอยย่น แต่ควรเติมเต็มโครงสร้างที่ยุบตัวให้ดูเป็นธรรมชาติ (Radiesse)

และจัดการไขมันส่วนบนของร่องแก้ม (ด้วย Ultherapy, LinearZ, Onda, Titanium, หรือการฉีดสลายไขมัน ฯลฯ) เพื่อให้ร่องแก้มดูดีขึ้นครับ


② ประเภทที่ 2 – ร่องแก้มที่เกิดจากเนื้อหย่อนคล้อยลงมา (ไขมันร่องแก้มตกลงมา)

ผิวหนังและไขมันเหนือร่องแก้มมีความหย่อนคล้อย

ส่วนด้านล่างยึดเกาะแน่น

เมื่อเวลาผ่านไป ไขมันด้านบนจึงถูกดันตกลงมา

ด้านบนนูน

ด้านล่างตึงแน่น

→ ความแตกต่างนี้ทำให้ร่องแก้มดูเด่นชัดและลึกขึ้น

👉 หากเติมฟิลเลอร์ที่เส้นร่องแก้มเพียงอย่างเดียว

อาจทำให้บริเวณข้างปากดูนูนและอูมขึ้นได้ครับ

ในกรณีนี้ การทำหัตถการยกกระชับเพื่อลดความหย่อนคล้อยจะช่วยได้มากที่สุด

เช่น เครื่องยกกระชับด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์อย่าง Ultherapy, การร้อยไหม, Titanium, เครื่อง Onda เป็นต้น


③ ประเภทที่ 3 – ร่องแก้มที่ลึกขึ้นเวลายิ้ม (เกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อ)

หลายท่านคงสังเกตว่าร่องแก้มจะดูลึกเป็นพิเศษเวลาที่ยิ้มใช่ไหมครับ?

นั่นเป็นเพราะกล้ามเนื้อที่ใช้ยกริมฝีปากบน

เกาะติดอยู่กับผิวหนังบริเวณรอบร่องแก้มโดยตรง

เวลายิ้ม

ส่วนล่างจะถูกกล้ามเนื้อดึงรั้งเข้าไป

ส่วนไขมันด้านบนจะยิ่งนูนออกมา

→ ทำให้รอยย่นดูลึกขึ้น

ตอนอายุน้อยอาจจะเห็นแค่ตอนยิ้ม

แต่เมื่อเวลาผ่านไป รอยนี้จะยังคงอยู่แม้ตอนทำหน้านิ่งครับ

กรณีนี้ จำเป็นต้องใช้โบท็อกซ์ลดรอยยิ้มเห็นเหงือก (Gummy Smile Botox) เพื่อควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อก่อนครับ

https://laradevganmd.com/doctorsnotes/2016/5/15/botox-for-gummy-smile
https://clderm.com/procedure/botox-for-gummy-smile/
https://www.skinozaclinic.co.uk/botox-for-gummy-smile-and-pebbled-chin/

นี่คือเหตุผลที่สมัยนี้เราแทบจะไม่ฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มกันแล้ว

ปัญหาร่องแก้มส่วนใหญ่

👉 ไม่ใช่ปัญหาของ ‘เส้น’ ร่องแก้ม

👉 แต่เป็นปัญหาของโครงสร้างโดยรอบครับ

หากฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มแค่บริเวณร่องแก้มซ้ำๆ

อาจทำให้ข้างปากดูหนาขึ้น

เวลายิ้มดูไม่เป็นธรรมชาติ

และเมื่อเวลาผ่านไป ใบหน้าอาจดูหย่อนคล้อยและหนักขึ้นได้

ดังนั้น ปัจจุบันเราจึงใช้ฟิลเลอร์ร่องแก้มให้น้อยที่สุด และใช้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้นครับ


หัวใจสำคัญของการรักษาร่องแก้ม คือการใช้ Radiesse

หัตถการหลักที่ผมใช้ในการรักษาร่องแก้มคือ

**Radiesse** ครับ

Radiesse จะ

✔ ไม่ได้เข้าไปเติมเต็มร่องแก้มโดยตรง

✔ แต่ช่วยพยุงโครงสร้างบริเวณข้างจมูก หน้าแก้ม และใบหน้าส่วนกลางให้แข็งแรง

✔ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

ช่วยให้ร่องแก้มดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

กล่าวคือ ไม่ใช่ ‘การฉีดเพื่อเติมเต็มร่องแก้ม’

แต่เป็น ‘การปรับโครงสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดร่องแก้ม’ มากกว่าครับ


Radiesse เหมาะกับกรณีแบบนี้เป็นพิเศษ

ร่องแก้มชัดจากการยุบตัวของข้างจมูก (ประเภทที่ 1)

ร่องแก้มลึกจากความหย่อนคล้อยของหน้าแก้ม (ประเภทที่ 2)

ผู้ที่ไม่ต้องการให้ใบหน้าดูอูมหรือหนาจากการฉีดฟิลเลอร์

ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน


ถ้าอย่างนั้น จะไม่ใช้ฟิลเลอร์ร่องแก้มเลยหรือเปล่า?

ไม่ใช่ครับ

✔ หากมีร่องแก้มที่ลึกและฝังแน่น

✔ และเห็นเส้นชัดเจนแม้ตอนทำหน้านิ่ง

ก็สามารถใช้ฟิลเลอร์ร่องแก้มปริมาณเล็กน้อยเป็นตัวช่วยเสริมได้ครับ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น

👉 ต้องปรับโครงสร้างด้วย Radiesse ก่อน

👉 แล้วจึงเติมฟิลเลอร์เพิ่มเฉพาะจุดที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น

การรักษาร่องแก้ม ต้องเริ่มจากการ ‘วิเคราะห์’ ก่อนเสมอ


บทสรุป

ร่องแก้มลึก เกิดจาก

✔ การยุบตัว

✔ ความหย่อนคล้อย

✔ การทำงานของกล้ามเนื้อ

แนวทางการรักษาจะแตกต่างกันไปอย่างสิ้นเชิง

ขึ้นอยู่กับว่าสาเหตุใดเป็นปัจจัยหลัก

ดังนั้น เวลาที่ผมประเมินร่องแก้ม

ผมจะไม่ดูแค่รอยย่นเพียงจุดเดียว แต่จะพิจารณาโครงสร้างใบหน้าโดยรวมด้วยครับ

หัวใจสำคัญของการรักษาร่องแก้มคือ

❌ ไม่ใช่การเติมเต็มให้มากที่สุด

⭕ แต่คือการพยุงโครงสร้างในจุดที่ถูกต้อง

เทรนด์การรักษาร่องแก้มในปัจจุบัน

กำลังเปลี่ยนจากการเน้นฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม → ไปสู่การปรับโครงสร้างและกระตุ้นคอลลาเจน

อย่างรวดเร็วครับ

การวิเคราะห์สาเหตุที่ถูกต้องและเหมาะสมกับใบหน้าของคุณ

จะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและน่าพึงพอใจที่สุดครับ

Like