2026-07-03
ซีรีส์ XERF Lifting ตอนที่ 1 - หลักการและจุดเด่นของ XERF Lifting (การยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ RF)
XERF Lifting เป็นนวัตกรรมยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ (RF) แบบความถี่คู่ (Dual Frequency) ที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวหลายระดับชั้นพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ช่วงนี้มีผู้ที่สนใจการทำหัตถการยกกระชับผิวเพิ่มมากขึ้น
จึงมีการแนะนำเครื่องมือยกกระชับหลากหลายประเภท
ซึ่งในบรรดาเครื่องมือเหล่านั้น เครื่องยกกระชับด้วยคลื่นวิทยุ (RF) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
เครื่องมือที่โดดเด่น ได้แก่
Thermage
Density
XERF
TenTherma
วันนี้เราจะมาอธิบายถึงหลักการและจุดเด่นของ XERF Lifting กันครับ/ค่ะ




การยกกระชับผิวทำงานอย่างไร?
หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อยเมื่ออายุมากขึ้น
คือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
ในชั้นหนังแท้ (Dermis) จะมี
คอลลาเจน
และเส้นใยอีลาสติน
ซึ่งทำหน้าที่พยุงโครงสร้างผิว
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
ปริมาณคอลลาเจนจะลดลง
โครงสร้างเส้นใยอ่อนแอลง
ทำให้ความยืดหยุ่นของผิวค่อยๆ ลดลงตามไปด้วย

ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น
กรอบหน้าหย่อนคล้อย
แก้มห้อย
และริ้วรอยตื้นๆ
การทำหัตถการยกกระชับผิว คือการรักษาที่ช่วยกระตุ้นและเหนี่ยวนำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ชั้นผิว เพื่อแก้ไขความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้นั่นเอง
หลักการทำงานของ XERF Lifting
XERF เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (Radiofrequency, RF)
เมื่อพลังงาน RF ถูกส่งผ่านลงสู่ผิว
จะเกิดพลังงานความร้อนขึ้นจากความต้านทานไฟฟ้าของเนื้อเยื่อ
เมื่อความร้อนนี้ส่งผ่านลงไปใต้ผิว จะทำให้เกิดกระบวนการ
① การหดตัวของคอลลาเจน
② เนื้อเยื่อกระชับตัว
③ การสร้างคอลลาเจนใหม่
ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไป คุณจะสามารถสัมผัสได้ถึงความยืดหยุ่นของผิวที่ค่อยๆ ดีขึ้น
[ กระบวนการจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน (Collagen Remodeling) ]

เมื่อผิวร่วงโรยตามวัย คอลลาเจนไม่ได้เพียงแค่ลดปริมาณลงเท่านั้น
แต่ยังแตกหักและสะสมตัวในรูปแบบที่จัดเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ
หากการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ โครงสร้างที่พยุงผิวจะอ่อนแอลง
ทำให้ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยทวีความรุนแรงขึ้น
คลื่นวิทยุแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) จะส่งผ่านความร้อนไปกระตุ้นสภาพผิวเหล่านี้
เพื่อเหนี่ยวนำให้เกิดกระบวนการจัดเรียงตัวใหม่ (Remodeling) ของโครงสร้างคอลลาเจน
2 กลไกการทำงานของการยกกระชับด้วย RF
การยกกระชับด้วย RF สามารถอธิบายได้เป็น 2 ระยะหลักๆ คือ:
① ผลลัพธ์ทันที
เมื่อความร้อนจาก RF ถูกส่งผ่านลงไป เส้นใยคอลลาเจนจะหดตัว
ทำให้รู้สึกถึงความกระชับ (Tightening) ได้เล็กน้อยทันทีหลังทำ
② ผลลัพธ์ระยะยาว
หลังจากนั้นผิวจะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูตามธรรมชาติ
ในกระบวนการนี้จะเกิด
การกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)
การสร้างคอลลาเจนใหม่
การจัดเรียงตัวใหม่ของคอลลาเจน
ซึ่งจะช่วยให้ความยืดหยุ่นของผิวค่อยๆ ดีขึ้น
ด้วยเหตุนี้ การยกกระชับด้วย RF
จึงมักจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรู้สึกว่าผิวดีขึ้นมากหลังจากผ่านไปประมาณ 2-3 เดือน
จุดเด่นของ XERF Lifting
1️⃣ ความถี่ RF และลักษณะการส่งผ่านพลังงาน

RF (คลื่นวิทยุ) คือพลังงานที่เมื่อส่งผ่านลงสู่ผิว จะสร้างความร้อนขึ้นจากความต้านทานไฟฟ้าของเนื้อเยื่อ
แนวคิดที่สำคัญในจุดนี้คือ **ความถี่ (Frequency)**
โดยทั่วไปแล้ว
ความถี่สูง → จะเน้นไปที่ชั้นผิวที่ค่อนข้างตื้น
ความถี่ต่ำ → จะสามารถทะลุทะลวงไปถึงชั้นผิวที่ลึกกว่า
แน่นอนว่าในทางคลินิก
จะได้รับอิทธิพลจากตัวแปรต่างๆ เช่น ความหนาของผิว ปริมาณไขมัน และค่าความต้านทาน (Impedance)
👉 แต่การที่ระดับความลึกของพลังงานเปลี่ยนไปตามความถี่นั้น
ถือเป็นแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญมาก
2️⃣ จุดเด่นของ Monopolar RF แบบเดิม (ความถี่เดียว)
เครื่อง Monopolar RF แบบเดิม (เช่น Thermage, Density)
ส่วนใหญ่จะใช้ **ความถี่เดียว (Single Frequency)**
ในกรณีนี้ พลังงาน
👉 มักจะถูกส่งผ่านโดยเน้นไปที่ระดับความลึกเพียงระดับเดียวเป็นหลัก
ดังนั้น
แม้จะมีประสิทธิภาพในเรื่องของการจัดเรียงคอลลาเจนในชั้นหนังแท้
การกระชับผิว
และการเพิ่มความยืดหยุ่น
👉 แต่อาจมีข้อจำกัดทางโครงสร้างในการจัดการกับผิวหลายๆ ชั้นพร้อมกัน
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือ
ยิ่ง RF แบบความถี่เดียวต้องการส่งพลังงานลงลึกมากเท่าไหร่
ก็ยิ่งต้องตั้งค่าพลังงานให้สูงขึ้น
ซึ่งอาจทำให้เกิดความรู้สึกร้อนที่ผิวชั้นบนหรือมีอาการเจ็บปวดเพิ่มขึ้นได้
กล่าวคือ 👉 จำเป็นต้องมีความสมดุลระหว่าง ‘ความลึก vs ความปลอดภัย vs ความเจ็บปวด’

3️⃣ โครงสร้างความถี่คู่ (Dual Frequency) ของ XERF
XERF แตกต่างจากเครื่อง RF ทั่วไป
👉 โดยมีโครงสร้างที่ใช้ความถี่คู่ 6.78 MHz + 2 MHz พร้อมกัน
หากดูบทบาทของแต่ละความถี่
6.78 MHz → ให้ความร้อนอย่างแม่นยำในชั้นหนังแท้
2 MHz → ส่งพลังงานทะลุทะลวงไปถึงเนื้อเยื่อชั้นลึก
เมื่อทั้งสองความถี่ทำงานพร้อมกัน
👉 จะทำให้เกิด multi-depth heating (การให้ความร้อนหลายระดับชั้นพร้อมกัน)
4️⃣ ทำไมโครงสร้างนี้จึงสำคัญ?
ในขณะที่ RF แบบความถี่เดียวจะเน้นไปที่ความลึกระดับเดียว
XERF จะมีโครงสร้างที่กระตุ้นผิวในระดับความลึกที่แตกต่างกันไปพร้อมๆ กัน
ความแตกต่างนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างกันในการตอบสนองของผิวจริงได้
ตัวอย่างเช่น
ชั้นตื้น → ดูแลเนื้อสัมผัสผิวและริ้วรอยตื้นๆ
ชั้นกลาง → เพิ่มความหนาแน่นของคอลลาเจน
ชั้นลึก → ยกกระชับโครงสร้างผิว
เนื่องจากแต่ละชั้นมีบทบาทที่แตกต่างกัน
👉 การกระตุ้นหลายชั้นพร้อมกัน
จึงช่วยให้เกิดการยกกระชับที่เป็นธรรมชาติและสมดุลมากยิ่งขึ้น
5️⃣ ความแตกต่างของรูปแบบการส่งผ่านพลังงาน
อีกหนึ่งความแตกต่างที่สำคัญคือรูปแบบการเกิดความร้อน
RF ไม่ใช่แค่การ ‘ยิงความร้อน’ ลงไป
👉 แต่เป็นรูปแบบที่ความร้อนถูกสร้างขึ้นจากภายใน (Joule heating)
👉 โดยอาศัยความต้านทาน (Impedance) ของเนื้อเยื่อ
XERF
ถูกออกแบบมาให้สร้างความร้อนในระดับความลึกที่แตกต่างกัน
ผ่านความถี่คู่
ทำให้เกิดการกระจายความร้อนที่สม่ำเสมอทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
ด้วยเหตุนี้
👉 จึงช่วยลดการเกิด ‘Hot spot’ หรือจุดที่ความร้อนกระจุกตัว
👉 และช่วยให้การส่งผ่านพลังงานความร้อนมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น
6️⃣ สรุปได้ว่า
Monopolar RF แบบเดิม
👉 ความถี่เดียว → เน้นความลึกระดับเดียว
👉 มีโครงสร้างการส่งผ่านพลังงานที่ค่อนข้างเรียบง่าย
XERF
👉 สองความถี่ → กระตุ้นหลายระดับความลึกพร้อมกัน
👉 มีโครงสร้างแบบ multi-depth heating
7️⃣ ดังนั้น ในทางคลินิก
ความแตกต่างนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของสเปกเครื่อง
👉 แต่ส่งผลถึง ‘รูปแบบ’ การตอบสนองของผิว
ความถี่เดียว → จัดเรียงโครงสร้างใหม่โดยเน้นเฉพาะชั้นผิว
ความถี่คู่ → จัดเรียงโครงสร้างใหม่ในหลายชั้นผิวอย่างสมดุล
กล่าวคือ
👉 ไม่ใช่การทำรุนแรงขึ้น
👉 แต่เป็นแนวทางที่กระตุ้นได้กว้างและสมดุลมากยิ่งขึ้น
นั่นเองครับ/ค่ะ
✔️ จุดสำคัญ
สำหรับการทำหัตถการยกกระชับ
👉 ชนิดของเครื่องมือมีความสำคัญก็จริง
แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ
✔ การกำหนดเป้าหมายว่าต้องการเน้นที่ชั้นผิวใด
✔ การเลือกรูปแบบการส่งผ่านพลังงาน
✔ และการออกแบบการรักษา
ดังนั้น แม้จะเป็นเครื่อง RF เหมือนกัน
👉 แต่การเข้าใจโครงสร้างและหลักการทำงานก่อนทำการรักษา
จะส่งผลต่อผลลัพธ์อย่างมหาศาล
👉 ตัวอย่างบทความตอนต่อไป
ในบทความหน้า เราจะมาอธิบายถึง ‘เหตุผลที่การออกแบบมีความสำคัญในการทำ XERF Lifting’
การจัดวาง Shot
การวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า
แนวทางการรักษาที่เน้นเส้นเอ็นยึดเกาะผิว (Retaining Ligaments)
เราจะมาเจาะลึกในมุมมองทางคลินิกว่าทำไมสิ่งเหล่านี้จึงมีความสำคัญ