박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

รีทูโอ vs เซลล์เดิร์ม vs จูเวเซลล์ — หัตถการแบบเดียวกัน ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกัน?

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง รีทูโอ, เซลล์เดิร์ม และ จูเวเซลล์ หัตถการกลุ่มฉีด ECM ที่ช่วยเติมเต็มโครงสร้างผิว พร้อมเจาะลึกว่าทำไมผลลัพธ์ถึงออกมาต่างกัน

รีทูโอ vs เซลล์เดิร์ม vs จูเวเซลล์ — หัตถการแบบเดียวกัน ทำไมผลลัพธ์ถึงต่างกัน?

ในคลินิก หมอมักจะได้ยินคำถามนี้บ่อยมากๆ ครับ

‘รีทูโอ, เซลล์เดิร์ม, จูเวเซลล์… มันก็คล้ายๆ กันหมดไม่ใช่เหรอคะ?’

‘เห็นว่าเป็นฉีดคอลลาเจนเหมือนกัน ไม่รู้เลยว่ามันต่างกันยังไง’

ขอสรุปให้ฟังก่อนเลยว่า หัตถการทั้งสามตัวนี้จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันจริงๆ ครับ

แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้น แตกต่างกันอย่างชัดเจน

วันนี้หมอจะมาสรุปให้ฟังแบบเจาะลึกว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นครับ

■ จุดร่วมของทั้ง 3 หัตถการ — การฉีด ECM เข้าสู่ผิวโดยตรง

รีทูโอ, เซลล์เดิร์ม และ จูเวเซลล์ ล้วนเป็น ‘หัตถการฉีด ECM เข้าสู่ผิวโดยตรง’

เป็นการนำส่วนประกอบโครงสร้างผิวที่สมบูรณ์แล้ว เช่น คอลลาเจน, อีลาสติน และสารเคลือบเซลล์ (ECM) ฉีดเข้าไปในผิวโดยตรง พูดง่ายๆ ก็คือเป็นหัตถการที่ช่วยเติมเต็มโครงสร้างในช่องว่างของผิวนั่นเองครับ

จุดนี้คือความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนแบบเดิมๆ

หัตถการอย่าง PLLA (Sculptra), PDLLA (Juvelook) และ CaHA (Radiesse) จัดอยู่ในกลุ่ม ‘ไบโอสติมูเลเตอร์’ ที่เน้นกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นมาเอง

ในทางกลับกัน รีทูโอ/เซลล์เดิร์ม/จูเวเซลล์ จะใช้วิธีเติมโครงสร้างที่สร้างเสร็จแล้วเข้าไปโดยตรง ซึ่งเป็นแนวคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงครับ

■ แล้วทำไมถึงรู้สึกว่าผลลัพธ์ออกมาต่างกันล่ะ?

แม้ว่าทั้งสามตัวจะอยู่ในกลุ่ม ECM เหมือนกัน แต่โครงสร้างอนุภาคและคุณสมบัติทางกายภาพนั้นแตกต่างกันครับ

· รีทูโอ / จูเวเซลล์ — เป็น ECM แบบมีโครงสร้าง จึงสามารถคงรูปได้ในระดับหนึ่ง

สามารถสร้างความหนาแน่นให้ผิว และให้ความรู้สึกเหมือน ‘ถูกเติมเต็ม’

· เซลล์เดิร์ม — ประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กมาก (ประมาณ 75μm หรือเล็กกว่า) ทำให้กระจายตัวได้เป็นธรรมชาติสุดๆ

จะให้ความรู้สึกเหมือน ‘ซึมซาบเข้าสู่ผิว’ มากกว่าการสร้างรูปทรงครับ

■ ความแตกต่างของรูปแบบผลิตภัณฑ์

ทั้งสามตัวเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในรูปแบบไซริงค์แบบพรีฟิลด์ (Pre-filled syringe) ที่ผสมน้ำมาเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่รูปแบบผงครับ

ความแตกต่างอยู่ตรงนี้ครับ

· รีทูโอ — สามารถนำมาผสมเพิ่มเติมเพื่อปรับความเข้มข้นและความหนืดได้

เป็น ‘หัตถการแบบออกแบบได้’ ที่แพทย์สามารถปรับสัดส่วนการผสมตามวัตถุประสงค์การรักษาได้

· จูเวเซลล์ — แบ่งออกเป็น 2 ความเข้มข้น คือ 3% (สำหรับสกินบูสเตอร์) และ 8% (สำหรับเพิ่มวอลลุ่ม)

เนื่องจากมีความเข้มข้นที่ตายตัว จึงเป็น ‘หัตถการแบบคงที่’ ที่คาดหวังผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอได้

· เซลล์เดิร์ม — มีจุดเด่นคือการกระจายตัวอย่างเป็นธรรมชาติด้วยอนุภาคขนาดเล็ก

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างอ่อนโยนและระคายเคืองน้อย

■ ทำไมผลลัพธ์ของรีทูโอถึงต่างกันในแต่ละคน?

สำหรับรีทูโอ แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน แต่ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ขึ้นอยู่กับปริมาณการเจือจาง, การผสม HA, ชั้นผิวที่ฉีด และเทคนิคการฉีดครับ

· ใช้แบบเจือจาง → ช่วยปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน, เพิ่มความฉ่ำวาว

· ใช้ความเข้มข้นระดับกลาง → เพิ่มความยืดหยุ่น, สร้างความหนาแน่นให้ผิว

· ใช้แบบเข้มข้น → ช่วยเสริมโครงสร้างผิว

ถ้าทำได้ดี ผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติมากๆ แต่ถ้าทำพลาด อาจเกิดรอยนูนหรือเป็นก้อนได้ครับ

จึงต้องตระหนักไว้เสมอว่านี่คือหัตถการที่พึ่งพาทักษะของแพทย์ผู้ฉีดค่อนข้างสูง

■ เลือกทำตัวไหนดีกว่ากัน?

การเลือกจะขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคุณครับ

· รีทูโอ — เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติบริเวณหน้าแก้มถึงโหนกแก้มเป็นบริเวณกว้าง พร้อมกับฟื้นฟูคุณภาพผิวไปในตัว สามารถออกแบบให้เหมาะกับแต่ละบุคคลได้

· จูเวเซลล์ — เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับสภาพผิวโดยรวมให้เรียบเนียนสม่ำเสมอ ตอบโจทย์คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงที่และคาดเดาได้

· เซลล์เดิร์ม — เหมาะสำหรับคนผิวบาง, ผิวแพ้ง่าย หรือต้องการลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ ตอบโจทย์คนที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างอ่อนโยนและระคายเคืองน้อย

■ สรุปเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่าย

หัวข้อ

รีทูโอ

จูเวเซลล์

เซลล์เดิร์ม

กลุ่มหัตถการ

ECM

ECM

ECM

รูปแบบ

พรีฟิลด์

พรีฟิลด์

พรีฟิลด์

อนุภาค

แบบมีโครงสร้าง

ECM แบบสม่ำเสมอ

อนุภาคขนาดเล็ก (75μm↓)

จุดเด่น

ออกแบบได้

ความเข้มข้นคงที่·สม่ำเสมอ

แบบกระจายตัว

ความรู้สึก

เติมเต็ม

เติมเต็มอย่างสม่ำเสมอ

ซึมซาบ

เหมาะสำหรับ

เพิ่มวอลลุ่ม+คุณภาพผิว

ปรับสภาพผิวโดยรวม

ผิวแพ้ง่าย·ผิวบาง

■ สรุปส่งท้าย

รีทูโอ, เซลล์เดิร์ม และ จูเวเซลล์ ล้วนเป็นหัตถการกลุ่ม ECM เหมือนกัน

แต่ด้วยความแตกต่างของโครงสร้างอนุภาคและคุณสมบัติทางกายภาพ ทำให้ความรู้สึกในการเติมเต็ม, รูปแบบการกระจายตัว และผลลัพธ์ที่แสดงออกมานั้นแตกต่างกัน

ไม่ใช่ว่าหัตถการเหมือนกันแล้วผลลัพธ์จะเหมือนกัน — แม้จะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่คุณสมบัติทางกายภาพต่างกัน ผลลัพธ์จึงออกมาต่างกันนั่นเองครับ

Like