박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

ความแตกต่างระหว่าง Titanium vs Ultherapy vs Thermage

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเครื่องยกกระชับ Titanium, Ultherapy และ Thermage เพื่อช่วยให้คุณเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณมากที่สุด

ความแตกต่างระหว่าง Titanium vs Ultherapy vs Thermage

1️⃣ ทำไมหัตถการยกกระชับถึงมีหลายประเภท?

เวลาให้คำปรึกษาเรื่องการยกกระชับ คำถามที่คนไข้มักจะถามบ่อยที่สุดคือ

“ทำ Titanium, Ultherapy หรือ Thermage ดีกว่ากันคะ?”

ความจริงแล้วคำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัวเพียงข้อเดียวครับ

นั่นเป็นเพราะว่าเครื่องมือทั้งสามชนิดนี้ใช้พลังงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เครื่องยกกระชับผิวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้:

อัลตราซาวนด์ (HIFU)

คลื่นวิทยุ (RF)

เลเซอร์ (Laser)

โดยมีเครื่องมือที่โดดเด่นในแต่ละประเภท ได้แก่

Titanium Lifting → เลเซอร์

Ultherapy → อัลตราซาวนด์

Thermage → คลื่นวิทยุ

กล่าวคือ แม้จะมีจุดประสงค์เพื่อการยกกระชับเหมือนกัน แต่หลักการทำงานนั้นแตกต่างกันครับ


2️⃣ ความแตกต่างหลักระหว่าง Titanium vs Ultherapy vs Thermage

ความแตกต่างของระดับความลึกและอุณหภูมิ: Titanium (เลเซอร์) / Thermage (คลื่นวิทยุ) / Ultherapy (อัลตราซาวนด์)

Titanium

Ultherapy

Thermage

พลังงาน

เลเซอร์

อัลตราซาวนด์

คลื่นวิทยุ

ระดับความลึก

ผิวชั้นหนังกำพร้า~หนังแท้

ชั้น SMAS

ผิวชั้นหนังแท้

ผลลัพธ์หลัก

ความกระชับ (Tightening)

ยกกระชับระดับลึก (Lifting)

ความยืดหยุ่น (Elasticity)

จุดเด่น

เลเซอร์ 3 ความยาวคลื่น

โฟกัสอัลตราซาวนด์

ให้ความร้อนชั้นหนังแท้

เพียงแค่เข้าใจตารางนี้ คุณก็จะเข้าใจความแตกต่างของทั้งสามเครื่องมือได้เกือบทั้งหมดแล้วครับ


3️⃣ Titanium Lifting (เลเซอร์)

Titanium Lifting เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานเลเซอร์

จุดเด่นคือการปล่อยเลเซอร์ 3 ความยาวคลื่นออกมาพร้อมกัน ได้แก่

755 nm

810 nm

1064 nm

ระดับความลึกในการทำงานของเลเซอร์แต่ละความยาวคลื่น

เนื่องจากแต่ละความยาวคลื่นจะทำงานในระดับความลึกของผิวที่แตกต่างกัน

จึงสามารถส่งผ่านพลังงานไปยังผิวหลายๆ ชั้นได้ในเวลาเดียวกัน

ระดับความลึกตามความยาวคลื่น 755, 810 และ 1064 nm ที่เลเซอร์ Titanium ใช้

ดังนั้น Titanium จึงสามารถคาดหวังผลลัพธ์ในการปรับปรุงคุณภาพผิวไปพร้อมๆ กันได้ เช่น

การยกกระชับ (Lifting)

ปรับสีผิวให้กระจ่างใส

ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน

รวมถึงช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมให้ดีขึ้นได้อีกด้วย


4️⃣ Ultherapy (HIFU)

Ultherapy เป็นเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีคลื่นอัลตราซาวนด์ชนิดเจาะจงความเข้มข้นสูง (HIFU)

ทำงานโดยการส่งผ่านพลังงานอัลตราซาวนด์โฟกัสไปที่จุดเดียว

กระบวนการนี้จะสร้างจุดความร้อนสะสมลึกลงไปถึงชั้น SMAS (ประมาณ 4.5 มม.)

เพื่อกระตุ้นให้เกิดการยกกระชับผิว

ด้วยเหตุนี้ Ultherapy จึงมักถูกนำมาใช้ในกรณีต่างๆ เช่น

ความหย่อนคล้อยบริเวณกรอบหน้า

ความหย่อนคล้อยของใบหน้า

การยกกระชับในระดับลึก

เป็นต้น


5️⃣ Thermage (RF)

Thermage เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF)

เมื่อพลังงานคลื่นวิทยุถูกส่งผ่านไปยังผิวหนัง จะทำให้เกิดความร้อนอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งชั้นหนังแท้

ในกระบวนการนี้จะทำให้เกิด

การหดตัวของคอลลาเจน

และการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ความยืดหยุ่นของผิวค่อยๆ ดีขึ้น

ดังนั้น Thermage จึงมักถูกอธิบายว่าเป็นเครื่องมือสำหรับเพิ่มความกระชับ (Tightening) ให้กับผิวครับ


6️⃣ หัตถการยกกระชับแบบไหนดีกว่ากัน?

ความจริงแล้ว เครื่องมือทั้งสามไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งขันกัน

แต่มีลักษณะเกื้อหนุนกันมากกว่า เนื่องจากทำงานในชั้นผิวที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างเช่น

Ultherapy → ยกกระชับระดับลึก

Thermage → เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว

Titanium → ปรับสภาพผิว + เพิ่มความกระชับ

ซึ่งสามารถช่วยเติมเต็มการทำงานในชั้นผิวที่แตกต่างกันได้

ดังนั้น ในการรักษาจริง แพทย์จะพิจารณาจากสภาพผิวของคนไข้เป็นหลัก

เพื่อเลือกว่าจะทำการรักษาแบบเดี่ยว

หรือการรักษาแบบผสมผสานครับ


สรุป

✔ Titanium → ยกกระชับด้วยเลเซอร์

✔ Ultherapy → ยกกระชับชั้น SMAS

✔ Thermage → เพิ่มความกระชับชั้นหนังแท้

เนื่องจากเครื่องมือทั้งสามชนิดมีระดับความลึกและหลักการทำงานที่แตกต่างกัน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวของคนไข้แต่ละบุคคลครับ

Like