박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

รู้จักและใช้ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) อย่างถูกวิธี

ไฮยาลูโรนิเดสเป็นเอนไซม์สลายฟิลเลอร์ที่มีการกระจายตัวสูง แต่การฉีดสลายฟิลเลอร์อย่างปลอดภัยและได้ผลดีนั้น จำเป็นต้องมีความเข้าใจในโครงสร้างชั้นผิวหนังและฉีดในปริมาณที่เหมาะสม ไม่ใช่การฉีดแบบสุ่ม

รู้จักและใช้ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) อย่างถูกวิธี

📊 ตารางเปรียบเทียบ: การใช้ไฮยาลูโรนิเดสผิดวิธี vs การใช้อย่างเหมาะสม

หัวข้อ

❌ การใช้ผิดวิธี

✅ การใช้อย่างเหมาะสม

วัตถุประสงค์

เพื่อแก้ความไม่พอใจแบบคลุมเครือ

“ลองสลายให้หมดไปก่อน”

มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน

(ฟิลเลอร์ล้น, เป็นก้อน, ไม่สมมาตร, ภาวะแทรกซ้อน)

ขั้นตอนการวินิจฉัย

ฉีดโดยไม่ประเมินทางกายวิภาค

วิเคราะห์ตำแหน่ง ความลึก และปริมาณฟิลเลอร์ก่อนตัดสินใจ

การกำหนดปริมาณ

ใช้ปริมาณมากเกินความจำเป็น

เริ่มจากปริมาณต่ำสุดที่ได้ผลและค่อยๆ ปรับเพิ่ม

บริเวณที่ฉีด

ฉีดสุ่มเป็นบริเวณกว้าง

ฉีดเฉพาะจุดที่มีปัญหาอย่างแม่นยำ

ระยะห่างในการฉีด

ฉีดซ้ำในระยะเวลาที่ใกล้กันเกินไป

สังเกตการตอบสนองก่อนพิจารณาฉีดเพิ่ม

ความเข้าใจทางกายวิภาค

ฉีดโดยไม่แยกชั้นกล้ามเนื้อและชั้นไขมัน

พิจารณาตำแหน่งฟิลเลอร์ (ใต้ผิวหนัง/บนกล้ามเนื้อ/ใต้กล้ามเนื้อ)

ผลลัพธ์

สูญเสียโวลุ่มมากเกินไปชั่วคราว

เกิดรอยบุ๋มที่ไม่จำเป็น

ฟื้นฟูรูปหน้าให้กลับมาเป็นธรรมชาติ

ความเข้าใจเรื่องผลข้างเคียง

เข้าใจผิดว่า “ไฮยาลูโรนิเดสทำให้หน้าพัง”

ตระหนักว่าปัญหาอยู่ที่วิธีการใช้

ผลกระทบระยะยาว

เพิ่มความวิตกกังวลและกลัวการทำหัตถการซ้ำ

สามารถทำหัตถการซ้ำได้อย่างปลอดภัยเมื่อจำเป็น

ไฮยาลูโรนิเดสกระจายตัวได้ดี จึงไม่จำเป็นต้องฉีดให้ตรงชั้นผิวจริงหรือ?

1️⃣ ไฮยาลูโรนิเดสเป็นยาที่มี ‘แรงกระจายตัว’ สูง → ถูกต้อง

สรุปคุณสมบัติของไฮยาลูโรนิเดส:

สลายโครงสร้าง (Matrix) ของกรดไฮยาลูโรนิก

ขยายช่องว่างระหว่างเนื้อเยื่อ (Interstitial space)

กระจายตัวไปยังเนื้อเยื่อโดยรอบค่อนข้างเร็วหลังฉีด

👉 ดังนั้น

✔ แม้จะไม่ได้ฉีดเข้าไปในฟิลเลอร์ “โดยตรงในเข็มเดียว”

✔ ตัวยาก็ยังสามารถออกฤทธิ์ต่อฟิลเลอร์ HA ในชั้นผิวที่อยู่ใกล้เคียงได้

คำกล่าวนี้เป็นความจริง


2️⃣ แต่ทำไม “ความเข้าใจเรื่องชั้นผิว” ถึงยังสำคัญ?

ประเด็นสำคัญคือสิ่งนี้ 👇

ไฮยาลูโรนิเดสสามารถกระจายตัวได้ แต่ไม่ได้กระจาย ‘อย่างสม่ำเสมอในทุกชั้นผิว’

เหตุผลที่ ① อุปสรรคของเนื้อเยื่อแตกต่างกัน

ชั้นผิวหนัง / ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง / ชั้นกล้ามเนื้อ / ชั้นพังผืด (SMAS)

👉 มีแรงต้านทานการกระจายตัวที่ต่างกัน

โดยเฉพาะบริเวณพังผืด / ผนังเส้นใยที่หนาแน่น (Fibrous septa) / เอ็นยึดเกาะ (Retaining ligament)

→ การกระจายตัวจะถูกจำกัด

=> ความคิดที่ว่า “เดี๋ยวก็กระจายไปเอง ฉีดๆ ไปเถอะ” อาจทำให้สลายฟิลเลอร์ที่อยู่ลึกต่างกันได้ไม่หมด!


เหตุผลที่ ② ปัญหาอยู่ที่ฟิลเลอร์เข้าไปอยู่ใน ‘ชั้นผิวที่ไม่ถูกต้อง’

ทั้งชั้นผิวที่ฟิลเลอร์ควรอยู่ + ชั้นผิวที่ฟิลเลอร์เข้าไปอยู่อย่างผิดปกติ ล้วนต้องได้รับการสลายทั้งคู่

✔ ถูกต้องครับ

ดังนั้น การใช้ไฮยาลูโรนิเดสจึงยิ่งต้อง ‘แยกตามชั้นผิว’ ในการรักษา

ตัวอย่างเช่น:

สถานการณ์

วิธีการใช้ไฮยาลูโรนิเดสที่เหมาะสม

ชั้นผิวปกติ (เช่น ไขมันเหนือกล้ามเนื้อ)

ปริมาณมาตรฐาน, เฉพาะจุด

ชั้นตื้นเกินไป (ในชั้นหนังแท้)

ปริมาณน้อย, ปรับพื้นผิว

ชั้นลึกเกินไป (ใต้กล้ามเนื้อ / เยื่อหุ้มกระดูก)

ฉีดเจาะจงความลึก

ปะปนหลายชั้น (การเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์)

ฉีดครอบคลุมหลายชั้น (Multiplanar)

👉 หากฉีดสาดไปแค่ชั้นเดียว

✔ บางชั้นอาจได้รับยามากเกินไป

✔ ในขณะที่บางชั้นอาจได้รับยาไม่เพียงพอ


3️⃣ “แรงกระจายตัว” ของไฮยาลูโรนิเดส ต้องอาศัยกลยุทธ์

แรงกระจายตัวของไฮยาลูโรนิเดส ไม่ได้หมายความว่า “จะละทิ้งความแม่นยำได้”

👉

**“ต้องฉีดให้แม่นยำ โดยอาศัยการกระจายตัวเพื่อครอบคลุมบริเวณรอบๆ”** ต่างหาก

ประเด็นที่งานวิจัยของ Landau เน้นย้ำซ้ำๆ คือ:

การออกฤทธิ์เฉพาะจุด

การทำงานของเอนไซม์แบบชั่วคราว

ใช้ในปริมาณที่จำเป็น ในบริเวณที่ต้องการเท่านั้น

กล่าวคือ

🎯 ต้องกำหนดเป้าหมายแล้ว ‘ใช้ประโยชน์’ จากการกระจายตัว 🎯 ไม่ใช่การฉีดโดยไม่มีเป้าหมายแล้วหวังให้ยากระจายไปเอง

4️⃣ สรุปการใช้งานในคลินิกจริง

ไฮยาลูโรนิเดสเป็นยาที่มีการกระจายตัวดี แต่ก็ไม่ใช่ยาที่จะฉีดโดยละเลยชั้นผิวได้ ในทางกลับกัน ยิ่งฟิลเลอร์ปะปนอยู่ทั้งในชั้นผิวที่ปกติและผิดปกติมากเท่าไร ยิ่งต้องใช้ไฮยาลูโรนิเดสโดยคำนึงถึงโครงสร้างแบบหลายชั้น (Multiplanar) มากขึ้นเท่านั้น
Like