2026-07-03
รีวิวการฉีด Juvelook Volume ด้วยตัวเอง
รีวิวประสบการณ์ตรงจากการฉีด Juvelook Volume ด้วยตัวเอง ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เติมเต็มวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมบอกเล่าขั้นตอน อาการหลังทำ และข้อดีที่ต่างจากฟิลเลอร์

Juvelook Volume คืออะไร?
นวัตกรรมเติมเต็มเพื่อการต่อต้านริ้วรอยที่ตอบโจทย์ยุค Slow Aging ได้ดีที่สุด
Juvelook Volume เป็นผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอยที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเอง
ไม่ใช่การเติมเต็มวอลลุ่มเทียมแบบทันทีทันใด
👉 แต่เป็นหัตถการที่ช่วยสร้างวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติผ่านคอลลาเจนที่ผิวสร้างขึ้นเอง!!
ในยุคที่เทรนด์ Slow Aging หรือการชะลอวัยมีความสำคัญเช่นนี้
แทนที่จะโฟกัสว่า ‘เปลี่ยนไปมากแค่ไหน’
✔️ ความอ่อนเยาว์
✔️ ความเต่งตึง
✔️ และการรักษาสภาพผิวให้ดูดีได้นานแค่ไหน กลายเป็นเรื่องที่สำคัญกว่ามากครับ
ไอเทมที่ตอบโจทย์เกณฑ์นี้ได้ดีที่สุดก็คือ
👉 การผสมผสานระหว่าง Juvelook · Juvelook Volume + Thermage · Density (เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นวิทยุ) + Skin Botox ครับ
Juvelook Volume ลองฉีดเองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง?
ผมเองก็ได้ทดลองฉีด Juvelook Volume ด้วยตัวเองเมื่อประมาณเดือนครึ่งที่ผ่านมา
อาการบวมหลังทำทันที
ระดับความเจ็บปวด
ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปเมื่อเวลาผ่านไป
ความแตกต่างจากฟิลเลอร์
และประเด็นอื่นๆ ที่คนไข้มักจะสงสัยมากที่สุด
👉 ผมจะมาอธิบายอย่างตรงไปตรงมาโดยอิงจากใบหน้าของผมเองครับ
ส่วนประกอบของ Juvelook Volume & ขั้นตอนการเตรียมตัว
ใน Juvelook Volume ประกอบด้วย
Poly(D,L-lactide) 170 มิลลิกรัม
และ HA (กรดไฮยาลูรอนิก) 30 มิลลิกรัม ในรูปแบบผง
ก่อนทำการฉีด
✔️ จะต้องเติมน้ำเกลือทางการแพทย์ลงไปเพื่อผ่านกระบวนการไฮเดรชั่น (Hydration) อย่างเพียงพอ
✔️ เมื่อละลายเข้ากันดีแล้ว จะมีสีขาวขุ่นคล้ายกับนมผสมน้ำครับ

อุณหภูมิที่เหมาะสม เวลาในการผสมที่พอดี และวิธีการผสม
👉 ขั้นตอนนี้ถือเป็นจุดสำคัญมากที่จะชี้วัดผลลัพธ์เลยครับ
ความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าที่เกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น

ความร่วงโรยของผิวเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายวัย 20 ปี โดยคอลลาเจนและอีลาสตินจะลดลง 1–2% ในทุกๆ ปี
ถ้าเปรียบเทียบกับตึกอพาร์ตเมนต์ ก็เหมือนโครงสร้างคอนกรีตที่ค่อยๆ เสื่อมสภาพและสูญเสียเสาหลักค้ำยันไปครับ ㅠ
เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นไขมันบนใบหน้า
บางส่วนจะหายไป
และบางส่วนที่ไม่หายไปก็จะหย่อนคล้อยลงมา ทำให้บางจุดดูนูนป่องออกมา
ดังนั้น การฉีด Juvelook Volume
👉 จึงต้องออกแบบการฉีดโดยเน้นไปที่บริเวณที่มีแนวโน้มจะยุบตัวลงเมื่อเวลาผ่านไปครับ
ขั้นตอนการยาชา (ส่วนที่หลายคนกังวลมากที่สุด)
เราจะกำหนดจุดทางเข้าของเข็มแคนนูล่า (Cannula) ฝั่งซ้ายและขวา ฝั่งละ 2~4 จุด
จากนั้นจะทำการฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณเส้นประสาทตามจุดเหล่านั้น
เหมือนกับยาชาที่ใช้ในคลินิกทันตกรรมเลยครับ ซึ่งขั้นตอนนี้จะเป็นช่วงที่เจ็บที่สุดครับ ㅠ
เมื่อยาชาออกฤทธิ์
✔️ ผิวบริเวณที่ฉีดยาชาอาจจะดูขาวซีด
✔️ และการขยับเปลือกตาหรือริมฝีปากอาจจะรู้สึกเกร็งๆ ผิดปกติไปชั่วคราว
👉 แต่ความรู้สึกไม่สบายตัวนี้จะอยู่ไม่เกิน 4 ชั่วโมง
เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ อาการเหล่านี้ก็จะหายไปเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลนะครับ
สภาพผิวของผมก่อนฉีด Juvelook Volume


สองรูปนี้ถ่ายในช่วงเวลาใกล้เคียงกันครับ
รูปซ้ายเป็นวันที่ผมเซ็ตผมและแต่งหน้า เลยช่วยปกปิดจุดบกพร่องได้ดี
ส่วนรูปขวาเป็นวันที่ผมแต่งหน้าเอง
👉 จะเห็นได้ชัดเลยว่ามีปัญหาใต้ตาลึก + หน้าแก้มตอบแบนอย่างเห็นได้ชัด ㅠㅠ
ใบหน้าดู
บานและแบน
ดูไม่สดใส
เป็นลักษณะของคนที่สูญเสียวอลลุ่มบนใบหน้าแบบฉบับเลยครับ
Juvelook Volume vs ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร?
หลายคนมักจะถามว่า
‘Juvelook Volume สามารถใช้แทนฟิลเลอร์ได้ไหม?’
✔️ ถ้าให้ฟิลเลอร์คือการเติมเต็มวอลลุ่มแบบทันทีในระดับ 100
✔️ Juvelook Volume จะเป็น
→ การเติมเต็มวอลลุ่มที่ดูเป็นธรรมชาติมากๆ ในระดับ 20–30 เมื่อทำต่อเนื่อง 2–3 ครั้ง
ดังนั้น
👉 จึงไม่ดูเยอะจนเกินไป
👉 ดูไม่ออกว่าไปทำอะไรมา
👉 และมักจะได้รับคำชมว่า ‘ดูดีขึ้นนะ?’ ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ความงามในยุคนี้มากๆ ครับ
ข้อดีที่แท้จริงของ Juvelook Volume คือ ‘มากกว่าแค่การเติมวอลลุ่ม’
Juvelook ไม่ใช่แค่หัตถการที่ช่วยเติมเต็มวอลลุ่มเท่านั้น
ลดรอยแดง
ลดเม็ดสีหมองคล้ำ
ปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน
ลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ
เพิ่มความยืดหยุ่น
👉 เรียกได้ว่าเป็นหัตถการต่อต้านริ้วรอยแบบ All-rounder ที่ทำได้แทบทุกอย่าง
ขวดสีฟ้าคือ Juvelook (Skin Booster) ส่วนขวดสีดำคือ Juvelook Volume

นอกจากจะช่วยเติมวอลลุ่มได้เหมือนฟิลเลอร์แล้ว
✔️ ยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวม
✔️ และกระตุ้นการสร้าง ‘คอลลาเจนที่อ่อนเยาว์’ คุณภาพดี
👉 ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาหลุมสิวและรอยแผลเป็นอีกด้วยครับ
ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานไหม? (หลักฐานทางเนื้อเยื่อวิทยา)

หลังจากการฉีด Juvelook
✔️ ผิวหนังแท้ส่วนบน
✔️ ผิวหนังแท้ส่วนล่าง
พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของ ECM (Extracellular Matrix) ซึ่งได้รับการยืนยันจากการตรวจชิ้นเนื้อจริงครับ
Juvelook จะมีสารตกค้างไหม?
บางครั้งก็มีคนไข้กังวลและถามว่า ‘อนุภาคของ Juvelook จะตกค้างอยู่ในผิวไหม?’

👉 อนุภาคของ Juvelook จะสลายตัวกลายเป็นน้ำและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายในเวลาประมาณ 6 เดือนครับ
จากภาพถ่ายใต้กล้องจุลทรรศน์ก็ยืนยันได้ว่าอนุภาคแทบจะสลายไปหมดแล้วหลังจากผ่านไป 6 เดือน
ความเปลี่ยนแปลงในวันที่ 5 หลังฉีด


แม้จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของวอลลุ่มหลังทำ
แต่แทบจะไม่มีอาการบวมเลย
และเมื่อเวลาผ่านไป อาการบวมเล็กๆ น้อยๆ ก็ยุบลง ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ
โดยเฉพาะ
✔️ แก้มตอบด้านข้าง
✔️ ร่องแก้ม
✔️ ร่องน้ำหมากที่ดูลึก
ผมรู้สึกพอใจมากกับผลลัพธ์การเติมเต็มวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติในบริเวณเหล่านี้ครับ
Juvelook ‘ยิ่งเวลาผ่านไป’ ยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
การฉีด Juvelook หรือการทำเครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) แทนที่จะเห็นผลในระยะสั้น
👉 ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะเริ่มชัดเจนตั้งแต่สัปดาห์ที่ 6–8 เป็นต้นไปครับ
สภาพผิวจะดูเรียบเนียนขึ้น
ความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น
รู้สึกได้เลยว่าอายุผิวเด็กลงเรื่อยๆ
นี่แหละครับคือหัวใจสำคัญของ Slow Aging
การใช้ชีวิตประจำวันหลังทำเป็นอย่างไร?
✔️ เนื่องจากเราใช้เข็มแคนนูล่า (ท่อขนาดเล็กคล้ายหลอด) ในการกระจายตัวยาทั่วบริเวณ เวลาสัมผัสใบหน้าอาจจะรู้สึกปวดหนึบๆ หรือไม่สบายผิวบ้างเล็กน้อย ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปภายใน 2 สัปดาห์ครับ
ส่วนบริเวณที่เป็นรอยเข็มแคนนูล่า ให้แปะแผ่นแปะสิว Duoderm ไว้ประมาณ 2-3 วันก็พอครับ
👉 แผ่นแปะ Duoderm สามารถกันน้ำและช่วยสมานแผลได้ดี
จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการแต่งหน้าหรือการใช้ชีวิตประจำวันเลยครับ
Juvelook × เครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ทำไมถึงควรทำคู่กัน?
Juvelook
👉 เปรียบเสมือน **‘วัตถุดิบ’ ชั้นดีในการสร้างคอลลาเจน**
ส่วนเครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นวิทยุ (RF)
👉 จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการนำวัตถุดิบเหล่านั้นไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
ดังนั้น สำหรับผู้ที่ต้องการฉีด Juvelook
✔️ Thermage
✔️ Density
✔️ Potenza
ผมมักจะแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับเครื่องยกกระชับพลังงานคลื่นวิทยุเหล่านี้ด้วยครับ
สรุปส่งท้าย
Juvelook Volume
✔️ ต่อต้านริ้วรอย
✔️ เติมเต็มวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ
✔️ เป็นหัตถการที่ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวไปพร้อมๆ กันได้ในคราวเดียวครับ
ในบทความนี้ ผมได้เน้นไปที่การรีวิวประสบการณ์การฉีด Juvelook Volume ด้วยตัวเอง
และอธิบายอย่างตรงไปตรงมา หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ ขอบคุณครับ 😊