박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

ทำอย่างไรให้อาการโรคโรซาเซีย (Rosacea) ดีขึ้น?

แนะนำ 5 วิธีปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน (อุณหภูมิ แสงแดด อาหาร การระคายเคือง และความเครียด) ที่สำคัญกว่าการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการโรคโรซาเซีย (Rosacea)

ทำอย่างไรให้อาการโรคโรซาเซีย (Rosacea) ดีขึ้น?

การดูแลพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่สำคัญยิ่งกว่าการใช้ยา

เมื่อได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ผิวหนังว่าเป็นโรคโรซาเซีย (Rosacea) หลายคนมักจะถามว่า

‘คุณหมอคะ ทายาแล้วจะหายไหมคะ?’, ‘ทำเลเซอร์แล้วจะดีขึ้นไหมครับ?’

แน่นอนว่าการรักษาด้วยยาหรือเลเซอร์สามารถช่วยได้

แต่โรคโรซาเซียเป็นโรคที่ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างมาก

แม้จะตั้งใจรักษาอย่างดี

แต่หากพฤติกรรมยังคงกระตุ้นผิวอยู่ อาการที่เคยดีขึ้นก็มักจะกลับมาแย่ลงอีก

ดังนั้นในวันนี้

เราจะมาสรุปวิธีดูแลพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ผู้ป่วยโรคโรซาเซียจำเป็นต้องรู้กันครับ


1️⃣ การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ (การกระตุ้นจากความร้อน)

ลักษณะเด่นที่สุดของโรคโรซาเซียคืออาการหน้าแดง (Flushing)

หลอดเลือดที่ผิวหนังจะขยายตัวได้ง่าย ทำให้มีอาการหน้าแดงซ้ำๆ

เมื่อมีความร้อนมากระตุ้น หลอดเลือดก็จะยิ่งขยายตัวมากขึ้น

ตัวอย่างการกระตุ้นจากความร้อนที่พบบ่อย

✔ ซาวน่า

✔ ห้องอบไอน้ำ (จิมจิลบัง)

✔ การอาบน้ำร้อน

✔ อาหารร้อนๆ

✔ แสงแดดจัดในฤดูร้อน

โดยเฉพาะการอาบน้ำร้อนร่วมกับการล้างหน้า

มักจะทำให้อาการหน้าแดงในผู้ป่วยโรคโรซาเซียแย่ลง

👉 แนะนำให้ล้างหน้าด้วยน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเล็กน้อย


2️⃣ รังสียูวี (UV)

รังสียูวีเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้โรคโรซาเซียแย่ลง

เมื่อรังสียูวีสัมผัสกับผิวหนัง

1️⃣ การอักเสบเพิ่มขึ้น

2️⃣ หลอดเลือดขยายตัว

3️⃣ เกราะป้องกันผิวถูกทำลาย

ทั้งสามอย่างนี้จะเกิดขึ้นพร้อมกัน

ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยโรคโรซาเซีย

✔ ต้องทาครีมกันแดดเสมอเมื่อออกไปข้างนอก

✔ สวมหมวก / กางร่ม

✔ ประคบเย็นหลังทำกิจกรรมกลางแจ้ง

การดูแลเหล่านี้จึงมีความสำคัญมาก


3️⃣ อาหาร (โดยเฉพาะแอลกอฮอล์และอาหารรสจัด)

อาหารก็เป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคโรซาเซียเช่นกัน

ตัวอย่างอาหารที่มักเป็นตัวกระตุ้น

✔ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

✔ อาหารรสเผ็ดจัด

✔ ซุปร้อนๆ

✔ คาเฟอีน

โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดที่ผิวหนังขยายตัว

ซึ่งอาจทำให้อาการหน้าแดงรุนแรงขึ้นได้

ด้วยเหตุนี้ ผู้ป่วยโรคโรซาเซียหลายคน

‘มักจะมีอาการหน้าแดงเวลาดื่มแอลกอฮอล์’

ซึ่งพบได้บ่อยมากๆ


4️⃣ การระคายเคืองผิว (เครื่องสำอาง / การทำหัตถการที่มากเกินไป)

ลักษณะเด่นของผิวที่เป็นโรคโรซาเซียคือเกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอ

ดังนั้น

✔ การผลัดเซลล์ผิว

✔ การลอกหน้า (Peeling)

✔ การสครับผิว

✔ การทำเลเซอร์พลังงานสูง

หากได้รับการกระตุ้นเหล่านี้ซ้ำๆ อาการอาจแย่ลงได้

โดยเฉพาะพฤติกรรมที่นิยมทำกันในปัจจุบัน

✔ การดูแลผิวด้วยตัวเองที่บ้านมากเกินไป

✔ การใช้เครื่องสำอางกลุ่ม Functional มากเกินไป

ก็มักจะทำให้โรคโรซาเซียแย่ลงเช่นกัน

ดังนั้น สำหรับผิวที่เป็นโรคโรซาเซีย

👉 แนะนำให้ใช้สกินแคร์แบบเรียบง่าย

ตัวอย่างเช่น

✔ คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน

✔ มอยส์เจอร์ไรเซอร์

✔ ครีมกันแดด

การดูแลผิวแบบมินิมอล (Minimal Skincare) ระดับนี้ถือว่าเพียงพอและดีที่สุด


5️⃣ ความเครียด

ความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคโรซาเซียแย่ลง

เมื่อความเครียดเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อระบบประสาท → หลอดเลือดขยายตัว → เกิดอาการหน้าแดง

ดังนั้น

✔ การพักผ่อนไม่เพียงพอ

✔ การทำงานหนักเกินไป

✔ ความเครียด

ในสถานการณ์เหล่านี้ อาการของโรคโรซาเซียมักจะกำเริบขึ้นอย่างกะทันหัน


สรุป

โรคโรซาเซียไม่ได้เป็นเพียงปัญหาผิวหนังทั่วไป

แต่เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด + การอักเสบ + เกราะป้องกันผิว ที่ได้รับผลกระทบร่วมกัน

ดังนั้น การรักษาจึงสำคัญ แต่การดูแลพฤติกรรมในชีวิตประจำวันนั้นสำคัญยิ่งกว่า

สำหรับผู้ป่วยโรคโรซาเซีย

✔ หลีกเลี่ยงสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด

✔ ป้องกันรังสียูวี

✔ ควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ / อาหารรสจัด

✔ ลดการระคายเคืองผิว

✔ จัดการความเครียด

สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญไม่แพ้การรักษาทางการแพทย์เลยครับ

Like