2026-07-03
ฟิลเลอร์ปาก EP.1 - ฉีดฟิลเลอร์ปากมาแล้ว ทำไมปากถึงดูเล็กลง?
อาการฟิลเลอร์ปากเคลื่อนตัว (Migration) ทำให้ฟิลเลอร์ย้ายตำแหน่ง ส่งผลให้ริมฝีปากดูเล็กลงหรือช่วงบนดูนูนขึ้น บทความนี้จะอธิบายสาเหตุและวิธีแก้ไขอย่างละเอียด

การเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์ปาก (Lip Filler Migration)
เวลาที่ให้คำปรึกษาเรื่องการฉีดฟิลเลอร์ปาก มักจะได้ยินคำถามเหล่านี้บ่อยๆ ครับ
‘ฉีดฟิลเลอร์ปากมาแท้ๆ แต่พอเวลาผ่านไป ทำไมปากถึงดูเล็กลงก็ไม่รู้’
หรือ ‘ริมฝีปากด้านบนดูนูนๆ ขึ้นมาค่ะ’
ในกรณีแบบนี้ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์ปาก (Migration) นั่นเองครับ
การเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์ปาก (Migration) คืออะไร?
Lip filler migration คือ
ปรากฏการณ์ที่ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวออกจากตำแหน่งเดิมที่เคยฉีดไว้ไปยังบริเวณอื่นครับ
โดยเฉพาะบริเวณริมฝีปากบน
✔ ผิวหนังเหนือริมฝีปากดูนูนขึ้น
✔ ร่องจมูกดูยาวขึ้น
✔ หรือรู้สึกเหมือนริมฝีปากม้วนพับเข้าไปด้านใน
ซึ่งอาการเหล่านี้มักถูกเรียกว่า
👉 ‘Moustache shadow’ (เงาหนวด)
👉 ‘Duck lip’ (ปากเป็ด)
ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น?
(อ้างอิงจากงานวิจัย)


ริมฝีปากเป็นส่วนที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุดบนใบหน้าครับ
ทั้งการพูด / การยิ้ม / การรับประทานอาหาร
ในทุกๆ กิจกรรมเหล่านี้ กล้ามเนื้อริมฝีปากจะทำงานอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นจึงอาจทำให้ฟิลเลอร์ถูกดันขึ้นไปด้านบนได้ครับ
สาเหตุหลักที่อธิบายไว้ในงานวิจัย
1️⃣ ปริมาณฟิลเลอร์ที่มากเกินไป
หากฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินกว่าเนื้อเยื่อริมฝีปากจะรับไหว
➡ ฟิลเลอร์อาจกระจายหรือเคลื่อนตัวไปยังเนื้อเยื่อโดยรอบได้ครับ
2️⃣ ฉีดผิดชั้นผิว
ในการฉีดฟิลเลอร์ปากนั้น
✔ ขอบริมฝีปาก (Vermilion border)
✔ ตัวริมฝีปาก (Lip body)
✔ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous layer) จะมีชั้นผิวอยู่หลายชั้นครับ

หากฉีดในชั้นที่ตื้นเกินไป
➡ อาจทำให้ฟิลเลอร์ถูกดันขึ้นมาที่ผิวหนังด้านบนได้ครับ
3️⃣ การฉีดฟิลเลอร์ซ้ำบ่อยๆ
การฉีดฟิลเลอร์ซ้ำหลายๆ ครั้งจะทำให้เนื้อเยื่อขยายตัว
➡ ส่งผลให้ฟิลเลอร์คงอยู่ในตำแหน่งเดิมได้ยากขึ้นครับ
4️⃣ ผลกระทบจากกล้ามเนื้อริมฝีปาก
ริมฝีปากถูกล้อมรอบด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแรงซึ่งเรียกว่า Orbicularis oris muscle
เนื่องจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดนี้
➡ อาจทำให้ฟิลเลอร์ถูกดันขึ้นไปด้านบน
➡ หรือกระจายออกด้านข้างได้ครับ
ด้วยเหตุนี้จึงเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น
เมื่อฟิลเลอร์ปากเคลื่อนตัวไปที่ผิวหนังด้านบน
✔ ริมฝีปากบนจะดูหนาขึ้น
✔ แต่ตัวริมฝีปากกลับดูเล็กลง
✔ และอาจทำให้ร่องจมูกดูยาวขึ้นได้ครับ
ในความเป็นจริง งานวิจัยได้อธิบายไว้ว่า
➡ หากเกิดการเคลื่อนตัวจาก Pink lip ไปยัง White roll
อาจทำให้ริมฝีปากดูเหมือนม้วนพับเข้าไปด้านในได้ครับ
กล่าวคือ ฟิลเลอร์ยังคงอยู่ แต่ตำแหน่งเปลี่ยนไป จึงทำให้ริมฝีปากดูเล็กลงนั่นเองครับ
วิธีแก้ไขในกรณีนี้
หากเกิดการเคลื่อนตัวของฟิลเลอร์ปาก จะมีวิธีแก้ไขหลักๆ 2 วิธีครับ
1️⃣ การฉีดสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase)
เป็นวิธีแก้ไขตำแหน่งโดยการละลายฟิลเลอร์ครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
✔ ฟิลเลอร์ที่ฉีดลึกหรือตื้นเกินไป
✔ หรือฟิลเลอร์ที่ฉีดมานานแล้ว วิธีนี้จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ
2️⃣ การแก้ไขฟิลเลอร์เฉพาะจุด
ในบางกรณี
✔ อาจจะละลายเฉพาะฟิลเลอร์ที่เคลื่อนตัว (แม้จะไม่สามารถกำหนดเป้าหมายการละลายได้ 100% แต่จะพยายามละลายเฉพาะจุดที่เคลื่อนตัวให้มากที่สุด)
✔ และทำการออกแบบรูปทรงใหม่ในบริเวณที่ต้องการครับ
เมื่อไม่นานมานี้ในยุโรป มีการใช้ Topical hyaluronidase เช่น Topilase
เพื่อแก้ไขการเคลื่อนตัวในชั้นตื้นๆ ด้วยครับ (อ้างอิงจากงานวิจัย) - แต่ในประเทศของเรายังไม่ได้รับการอนุมัติหรือจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่มีคลินิกไหนนำมาใช้ครับ
สิ่งสำคัญที่สุดในการฉีดฟิลเลอร์ปาก
การฉีดฟิลเลอร์ปากไม่ใช่แค่เรื่องของการฉีดในปริมาณมากๆ เท่านั้นครับ
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ
✔ ปริมาณที่เหมาะสม
✔ ชั้นผิวที่ถูกต้อง
✔ สัดส่วนของใบหน้า
✔ การเคลื่อนไหวของริมฝีปาก
ต้องนำสิ่งเหล่านี้มาพิจารณาในการออกแบบรูปทรงครับ
ดังนั้น สำหรับฟิลเลอร์ปากแล้ว
👉 ‘การออกแบบให้ดูเป็นธรรมชาติ สำคัญกว่าการฉีดในปริมาณมากๆ’ อย่างแน่นอนครับ