박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

ซีรีส์ Xerf Lifting ตอนที่ 2 - ทำไมการออกแบบ (Design) ถึงสำคัญในการทำ Xerf Lifting

อธิบายความสำคัญของการออกแบบ (Design) ในการทำ Xerf Lifting ซึ่งสำคัญกว่าตัวเครื่องมือ โดยเน้นการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า การจัดวางช็อต และทิศทางเวกเตอร์

ซีรีส์ Xerf Lifting ตอนที่ 2 - ทำไมการออกแบบ (Design) ถึงสำคัญในการทำ Xerf Lifting

ในบทความที่แล้ว เราได้อธิบายถึงหลักการและจุดเด่นของ Xerf Lifting ไปแล้วครับ/ค่ะ

พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF) จะเข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิว

ทำให้คอลลาเจนเกิดการหดตัว

กระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast)

สร้างคอลลาเจนใหม่

ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวครับ/ค่ะ

แต่ในการรักษาจริง มักจะมีคนไข้ถามคำถามนี้บ่อยๆ ครับ/ค่ะ

“ใช้เครื่องเดียวกัน แต่ทำไมผลลัพธ์ของแต่ละคลินิกถึงต่างกันคะ?”

เหตุผลก็คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำเลเซอร์ยกกระชับคือ ‘การออกแบบ (Design)’ นั่นเองครับ/ค่ะ


การยกกระชับไม่ใช่แค่การ “ยิงพลังงาน” เท่านั้น

เครื่องยกกระชับเป็นเพียงเครื่องมือในการส่งผ่านพลังงานลงสู่ผิว

แต่เนื่องจากความหย่อนคล้อยบนใบหน้าของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน

ขั้นตอนการออกแบบว่าจะส่งพลังงานไปที่จุดไหนและอย่างไรจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

ตัวอย่างเช่น

กรณีที่มีแก้มย้อย

กรณีที่กรอบหน้าไม่ชัด

กรณีที่มีร่องแก้มลึก

แม้จะใช้เครื่องยกกระชับแบบเดียวกันทั้งหมด

แต่ตำแหน่งและทิศทางในการส่งพลังงานจะต้องแตกต่างกันออกไป

ดังนั้น การทำเลเซอร์ยกกระชับจึงไม่ใช่แค่การ “ยิงช็อตให้เยอะๆ”

แต่การจัดวางตำแหน่งช็อตว่าควรยิงตรงไหนและอย่างไรนั้นสำคัญกว่ามากครับ/ค่ะ


ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นเพียงทิศทางเดียว

ริ้วรอยและความหย่อนคล้อยตามวัยไม่ได้ตกลงมาด้านล่างเพียงอย่างเดียว

แต่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายทิศทางพร้อมๆ กัน

โดยทั่วไปแล้วจะพบ

แก้มส่วนกลางหย่อนคล้อย

กรอบหน้าหย่อนคล้อย

ร่องแก้ม

และร่องน้ำหมาก เกิดขึ้นร่วมกัน

ดังนั้น ในการทำเลเซอร์ยกกระชับ

✔ การวิเคราะห์ทิศทางของความหย่อนคล้อย

✔ และการกำหนดทิศทางที่ต้องดึงขึ้น

หรือที่เรียกว่า **เวกเตอร์การยกกระชับ (Lifting Vector)** จึงมีความสำคัญมากครับ/ค่ะ


องค์ประกอบสำคัญในการออกแบบการยกกระชับ

การออกแบบการยกกระชับสามารถแบ่งออกเป็น 3 องค์ประกอบหลัก ดังนี้ครับ/ค่ะ

1️⃣ การจัดวางตำแหน่งช็อต (Shot placement)

สิ่งสำคัญในการยกกระชับไม่ใช่แค่การยิงช็อตจำนวนมาก

แต่อยู่ที่ว่าจะเน้นส่งพลังงานไปที่จุดไหน

ความหย่อนคล้อยบนใบหน้าไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม

แต่มักจะเกิดขึ้นโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ **โครงสร้างเส้นเอ็นยึดเกาะผิว (Retaining ligament)**

ดังนั้น ในการรักษาจริง

จุดยกกระชับที่เป็นศูนย์รวมของความหย่อนคล้อย

บริเวณรอบๆ เส้นเอ็นยึดเกาะที่พยุงใบหน้า

และบริเวณรอยต่อของโครงสร้างที่เป็นจุดเริ่มต้นของความหย่อนคล้อย

จะเป็นจุดศูนย์กลางในการจัดวางตำแหน่งช็อตครับ/ค่ะ

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือ **ความหนาแน่นของพลังงาน (Energy density)**

แม้จะใช้จำนวนช็อตเท่ากัน

แต่แทนที่จะกระจายพลังงานออกไปกว้างๆ

การยิงช็อตซ้อนทับกัน (Overlap) ในจุดที่ต้องการยกกระชับ

จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการยกกระชับได้มากกว่า

ดังนั้น แทนที่จะกระจายช็อตไปทั่วทั้งใบหน้า

การออกแบบที่เน้นส่งพลังงานไปยังจุดยกกระชับโดยพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญครับ/ค่ะ

2️⃣ ทิศทางการยกกระชับ (Lifting vector)

เมื่ออธิบายถึงการยกกระชับ มักจะใช้คำว่า **“เวกเตอร์การยกกระชับ”**

ซึ่งหมายถึงแนวคิดที่ว่าจะดึงผิวไปในทิศทางใด

แต่ในความเป็นจริง การทำเลเซอร์หรือ RF ยกกระชับไม่ได้เป็นการดึงรั้งเนื้อเยื่อขึ้นไปทางกายภาพเหมือนการร้อยไหม ดังนั้น ทิศทางของเวกเตอร์เพียงอย่างเดียวจึงไม่ใช่ปัจจัยชี้วัดผลลัพธ์ทั้งหมด

ในทางคลินิกแล้ว

โครงสร้างเส้นเอ็นยึดเกาะผิว (Retaining ligament) ที่เป็นจุดเริ่มต้นของความหย่อนคล้อย

จุดยกกระชับที่เป็นศูนย์รวมของความหย่อนคล้อย

การส่งพลังงานไปยังบริเวณดังกล่าวได้เพียงพอหรือไม่

มักจะเป็นปัจจัยที่สำคัญกว่าครับ/ค่ะ

ดังนั้น ในการยกกระชับ แทนที่จะกำหนดแค่ทิศทาง

การจับจุดยกกระชับให้แม่นยำ

และยิงช็อตซ้อนทับกันในบริเวณที่จำเป็นให้เพียงพอ

เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของพลังงาน

จะส่งผลต่อผลลัพธ์ได้มากกว่าครับ/ค่ะ

สรุปก็คือ การออกแบบการยกกระชับนั้น ไม่ได้อยู่ที่ “ยิงไปในทิศทางไหน”

แต่อยู่ที่ “ส่งพลังงานไปที่จุดไหนและแม่นยำเพียงใด” มากกว่าครับ/ค่ะ

3️⃣ การวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า

ในการยกกระชับ ขั้นตอนการทำความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าเป็นสิ่งสำคัญมาก

เพราะแต่ละคนมี

✔ ความหนาของผิว

✔ การกระจายตัวของไขมัน

✔ โครงสร้างเส้นเอ็นยึดเกาะผิว (Retaining ligament)

✔ และตำแหน่งความหย่อนคล้อย ที่แตกต่างกันทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น

ใบหน้าที่มีไขมันมากอาจเกิดความหย่อนคล้อยได้ง่ายกว่าเนื่องจากน้ำหนักของผิว

ส่วนกรณีที่ผิวบาง จะต้องปรับระดับพลังงานและความหนาแน่นของช็อตอย่างระมัดระวังมากขึ้น

นอกจากนี้ ในบางกรณี ความหย่อนคล้อยอาจปรากฏชัดเจนบริเวณรอบๆ เส้นเอ็นยึดเกาะผิวบางจุด

ดังนั้น ในการยกกระชับ แทนที่จะใช้แค่เครื่องมือ

การวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าก่อน

ค้นหาจุดเริ่มต้นของความหย่อนคล้อย

แล้วจึงออกแบบความหนาแน่นของพลังงานให้เหมาะสมกับบริเวณนั้นๆ ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากครับ/ค่ะ

ท้ายที่สุดแล้ว การออกแบบการยกกระชับก็คือ

**“กระบวนการทำความเข้าใจโครงสร้างใบหน้าและตัดสินใจว่าจะเน้นส่งพลังงานไปที่จุดใด”** นั่นเองครับ/ค่ะ


จุดเด่นของการออกแบบ Xerf Lifting

Xerf ใช้ **คลื่นความถี่วิทยุแบบคู่ (Dual Frequency RF: 6.78 MHz + 2 MHz)**

ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สามารถส่งพลังงานลงสู่ผิวได้หลายระดับความลึก

ดังนั้น ในการออกแบบ

การฟื้นฟูความยืดหยุ่นบริเวณชั้นหนังแท้

การกระชับผิวในชั้นลึก

การปรับรูปหน้าบริเวณกรอบหน้า

จะต้องนำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาร่วมกันเพื่อวางแผนการรักษา

กล่าวคือ ไม่ใช่แค่การดึงผิวให้ตึงเท่านั้น

แต่การออกแบบการยกกระชับโดยคำนึงถึงความสมดุลของใบหน้าโดยรวมนั้นเป็นสิ่งสำคัญครับ/ค่ะ


สิ่งที่สำคัญกว่าเครื่องมือในการทำเลเซอร์ยกกระชับ

หลายๆ ท่านมักจะถามว่า

“เครื่องมือไหนดีที่สุดคะ/ครับ?”

แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลือกใช้เครื่องมืออย่างไรนั้นสำคัญกว่าครับ/ค่ะ

แม้จะเป็นเครื่องเดียวกัน

การออกแบบ

ประสบการณ์ของแพทย์ผู้ทำการรักษา

และแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย จะทำให้ผลลัพธ์ออกมาแตกต่างกันได้ครับ/ค่ะ


ในบทความต่อไป

ในบทความหน้า เราจะมาเปรียบเทียบ Xerf Lifting vs Thermage vs Density

เพื่ออธิบายถึงความแตกต่างของเครื่องยกกระชับแต่ละรุ่นครับ/ค่ะ

ความแตกต่างของเครื่องยกกระชับ RF

แต่ละเครื่องเหมาะกับกรณีไหนมากกว่ากัน

และเกณฑ์การเลือกใช้ในทางคลินิกจริง เราจะมาพูดคุยกันอย่างละเอียดครับ/ค่ะ

Like