박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วหน้าจะหย่อนคล้อยไหม?

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วหน้าจะหย่อนคล้อยจริงหรือ? ค้นหาคำตอบว่าทำไมบางคนถึงรู้สึกหน้าตกหลังฉีด พร้อมวิธีป้องกันและปรับรูปหน้าให้เรียวสวยอย่างเป็นธรรมชาติ

ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วหน้าจะหย่อนคล้อยไหม?

นี่คือหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยที่สุดจากผู้ที่กำลังตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์ลดกรามครับ

‘ฉีดโบท็อกซ์แล้วหน้าจะหย่อนคล้อยไหม?’

ขอตอบตรงนี้เลยว่า

👉 ในกรณีส่วนใหญ่ โบท็อกซ์ไม่ได้ทำให้เกิดความหย่อนคล้อยโดยตรงครับ

แต่ในบางสถานการณ์อาจทำให้ ‘ดูเหมือน’ หน้าหย่อนคล้อยลงได้


หลักการทำงานของโบท็อกซ์กราม

โบท็อกซ์กรามจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อกราม หรือ **กล้ามเนื้อแมสซีเตอร์ (Masseter muscle)**

ซึ่งเป็นหัตถการที่ช่วยปรับกรอบหน้าให้ดูละมุนขึ้น

Management of masseter hypertrophy and bruxism with Botulinum Toxin A-3

เมื่อกล้ามเนื้อเล็กลง

ความกว้างของกรามก็จะลดลง

ทำให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น

นี่คือผลลัพธ์ที่เราคาดหวังจากการฉีดครับ

แต่เนื่องจากใบหน้าของเราประกอบด้วย กล้ามเนื้อ + ไขมัน + ผิวหนัง + เส้นเอ็น ที่ทำงานร่วมกันอย่างสมดุล

การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อกรามจึงอาจส่งผลต่อภาพรวมของใบหน้าได้


สาเหตุที่ทำให้ดูเหมือนหน้าหย่อนคล้อย

ในความเป็นจริง มักไม่ใช่ความหย่อนคล้อย แต่เป็นเพราะสัดส่วนของใบหน้าที่เปลี่ยนไปครับ

1️⃣ ภาพลวงตาจากความกว้างของใบหน้าที่ลดลง

เมื่อกล้ามเนื้อกรามเล็กลง

ความกว้างของใบหน้าจะลดลง

ทำให้ความยาวของใบหน้าดูเด่นชัดขึ้น

จึงทำให้บางคนรู้สึกว่า ‘หน้าดูยาวหรือย้อยลง’

แต่ในความเป็นจริง ผิวไม่ได้หย่อนคล้อยลงแต่อย่างใด

2️⃣ การเผยให้เห็นจุดที่ขาดวอลลุ่มอยู่แล้ว

ในคนที่มีกล้ามเนื้อกรามใหญ่ กล้ามเนื้อส่วนนี้อาจทำหน้าที่พยุงแก้มด้านข้างไว้

เมื่อฉีดโบท็อกซ์จนกล้ามเนื้อเล็กลง

อาจทำให้เกิดเงาบริเวณแก้มด้านข้างมากขึ้น

ร่องแก้มดูชัดขึ้น

ร่องน้ำหมากดูชัดขึ้น

ดังนั้น 👉 จึงอาจทำให้ดูเหมือนหน้าหย่อนคล้อยได้ครับ

3️⃣ กรณีที่ผิวขาดความยืดหยุ่น

การเปลี่ยนแปลงจะเห็นได้ชัดเจนขึ้นในกรณีต่อไปนี้:

อายุ 30 ปลายๆ ขึ้นไป

ไขมันในร่างกายลดลง

ความยืดหยุ่นของผิวลดลง

ในกรณีนี้ หากทำเลเซอร์ยกกระชับหรือฉีดสกินบูสเตอร์ควบคู่ไปด้วย

จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ


แล้วกรณีที่เกิดความหย่อนคล้อยจริงๆ ล่ะ?

ในทางการแพทย์ถือว่าพบได้น้อยมาก แต่อาจเกิดขึ้นได้ในสถานการณ์ต่อไปนี้:

1️⃣ ใช้ปริมาณโบท็อกซ์มากเกินไป

หากกล้ามเนื้อหดตัวลงอย่างรวดเร็วและมากเกินไป อาจทำให้สูญเสียแรงพยุงผิวได้

2️⃣ ใบหน้าที่เดิมมีไขมันน้อยอยู่แล้ว

ในคนที่มีใบหน้าตอบ การฉีดโบท็อกซ์อาจทำให้แก้มดูตอบชัดเจนยิ่งขึ้น

3️⃣ การฉีดซ้ำๆ อย่างต่อเนื่อง

กรณีที่มีการฝ่อตัวของกล้ามเนื้อสะสมเป็นเวลานาน


ใบหน้าแบบไหนที่ฉีดแล้วจะสวยขึ้น?

นี่คือลักษณะใบหน้าที่ฉีดโบท็อกซ์กรามแล้วเห็นผลลัพธ์ดีเยี่ยมครับ:

✔ กล้ามเนื้อกรามใหญ่

✔ เวลากัดกรามแล้วมีก้อนกล้ามเนื้อปูดออกมา

✔ ใบหน้าส่วนล่างกว้าง

ในกรณีเหล่านี้ การฉีดโบท็อกซ์จะช่วยให้กรอบหน้าดูชัดเจนและได้รูปมากขึ้น


วิธีป้องกันความหย่อนคล้อย

1️⃣ ประเมินสภาพกล้ามเนื้อ

ไม่ใช่มองแค่ขนาดของกราม

แต่ต้องประเมินความหนาของกล้ามเนื้อ

และพฤติกรรมการเคี้ยวร่วมด้วย

2️⃣ ใช้ปริมาณที่เหมาะสม

การฉีดในปริมาณมากๆ ไม่ใช่สิ่งสำคัญ

👉 แต่ปริมาณที่ ‘พอดี’ กับใบหน้าต่างหากที่สำคัญที่สุด

3️⃣ ทำหัตถการยกกระชับควบคู่หากจำเป็น

ในกรณีที่ผิวขาดความยืดหยุ่น

การทำ HIFU

เครื่องยกกระชับกลุ่มคลื่นวิทยุ (RF)

หรือการฉีดสกินบูสเตอร์ร่วมด้วย จะช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติอย่างมาก


สรุปใจความสำคัญ

กรณีที่ผิวหย่อนคล้อยจริงๆ หลังฉีดโบท็อกซ์กรามนั้นพบได้น้อยมาก

ส่วนใหญ่มักเกิดจาก

✔ สัดส่วนใบหน้าที่เปลี่ยนไป

✔ การขาดวอลลุ่มบนใบหน้าที่มีอยู่เดิม

✔ ปัญหาความยืดหยุ่นของผิว

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้ ‘ดูเหมือน’ หน้าหย่อนคล้อยลงครับ

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ

👉 ไม่ใช่แค่การฉีดเพื่อลดขนาดกรามเท่านั้น

แต่ต้องคำนึงถึงความสมดุลของใบหน้าโดยรวมด้วยครับ

Like