박유미 원장 , 청담 4.4클리닉 블로그

2026-07-03

เรเดียส (Radiesse)

ทำความรู้จักกับเรเดียส (Radiesse) คอลลาเจนบูสเตอร์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ฟื้นฟูความยืดหยุ่นและเพิ่มวอลลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมข้อดีและข้อควรระวังจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เรเดียส (Radiesse)

ช่วงนี้ในคลินิกมีคนไข้หลายคน

ถามเข้ามาบ่อยมากว่า ‘คุณหมอคะ ได้ยินมาว่าเรเดียส คอลลาเจนบูสเตอร์ (Radiesse Collagen Booster) ดีมากเลยใช่ไหมคะ?’

เป็นหัตถการที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีผู้ที่ต้องการผลลัพธ์เหล่านี้เพิ่มมากขึ้นครับ

เพิ่มวอลลุ่มทันที

✔ ปรับสภาพผิวและสีผิว

✔ เพิ่มความยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอย

✔ ฟื้นฟูผิวจากวัยอย่างเป็นธรรมชาติ

เรเดียส คอลลาเจนบูสเตอร์ (Radiesse Collagen Booster) คืออะไร?

ผลิตภัณฑ์ในเครือ MERZ - Xeomin Botox, Radiesse Collagen Booster, Belotero Filler, Ultherapy, Revive Skin Booster

เรเดียสเป็นหัตถการที่มีส่วนประกอบหลักคือ CaHA (Calcium Hydroxylapatite)

มีจุดเด่นในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวโดยตรง

ไม่ใช่แค่การเติมเต็มช่องว่างใต้ผิว

👉 แต่เป็นการช่วยให้ผิวของคุณสร้างคอลลาเจนขึ้นมาได้เองครับ

ดังนั้น แทนที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ

ความยืดหยุ่นของผิวจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

ความแตกต่างจากคอลลาเจนบูสเตอร์ทั่วไป

หัตถการที่มักถูกนำมาเปรียบเทียบกันบ่อยๆ

ได้แก่ Sculptra, Juvelook Skin และ Juvelook Volume

ข้อดีของเรเดียส คอลลาเจนบูสเตอร์ คือ

✔ กระตุ้นคอลลาเจนได้ยาวนานกว่า

✔ เพิ่มความหนาแน่นของผิว

✔ ฟื้นฟูความยืดหยุ่นอย่างเป็นธรรมชาติ

✔ เห็นผลลัพธ์ที่ดีแม้ทำจำนวนครั้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับคอลลาเจนบูสเตอร์ตัวอื่น

(เรเดียส 2 ครั้ง / คอลลาเจนบูสเตอร์ตัวอื่นเฉลี่ย 3 ครั้งขึ้นไป)

แนะนำสำหรับผู้ที่มีปัญหาดังนี้

✔ ผิวโดยรวมบางลงและขาดความยืดหยุ่น

✔ ต้องการรักษากรอบหน้าเดิมไว้ แต่ผิวดูหย่อนคล้อย

✔ ไม่ชอบการเพิ่มวอลลุ่มที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ

✔ ต้องการฟื้นฟูผิวในระยะยาว

ในทางกลับกัน

❌ หากคาดหวังเพียงผลลัพธ์การยกกระชับทันที

❌ หากต้องการผลลัพธ์แบบฟิลเลอร์ที่เติมเต็มวอลลุ่มได้ในครั้งเดียว

อาจจะเหมาะกับหัตถการประเภทอื่นมากกว่าครับ

การเปลี่ยนแปลงที่คาดหวังได้หลังทำ

แม้ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไป

จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวหลังผ่านไป 2-4 สัปดาห์

และหลายคนรู้สึกได้ถึงความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นในช่วง 1-3 เดือน

หมอมักจะอธิบายว่านี่คือหัตถการที่ทำให้คนทักว่า ‘หน้าดูเปลี่ยนไปทีละนิดจนคนอื่นเดาไม่ออกว่าไปทำอะไรมา แต่บริเวณที่ตอบก็ดูมีวอลลุ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กรอบหน้าสวยขึ้น และผิวดูสุขภาพดีขึ้น’

ก่อน/หลังทำ เรเดียส 1 ไซริงจ์ (ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก และรอบริมฝีปาก) + LinearZ 600 ช็อต + สกินโบท็อกซ์
หน้าตรง: เรเดียส 1 ไซริงจ์ (ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก และรอบริมฝีปาก) + Ultherapy 300 ช็อต + LinearZ 300 ช็อต + ฟิลเลอร์แก้มตอบ 2cc + ร้อยไหม Mint ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก 14 เส้น
ด้านขวา: เรเดียส 1 ไซริงจ์ (ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก และรอบริมฝีปาก) + Ultherapy 300 ช็อต + LinearZ 300 ช็อต + ฟิลเลอร์แก้มตอบ 2cc + ร้อยไหม Mint ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก 14 เส้น
ด้านซ้าย: เรเดียส 1 ไซริงจ์ (ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก และรอบริมฝีปาก) + Ultherapy 300 ช็อต + LinearZ 300 ช็อต + ฟิลเลอร์แก้มตอบ 2cc + ร้อยไหม Mint ร่องแก้มและร่องน้ำหมาก 14 เส้น

สิ่งที่แพทย์ผิวหนังประสบการณ์ 10 ปีอยากฝากไว้

สำหรับเรเดียส คอลลาเจนบูสเตอร์

✔ อัตราส่วนการเจือจาง

✔ ความลึกในการฉีด

✔ การออกแบบตามสภาพผิว

ล้วนส่งผลอย่างมากต่อผลลัพธ์ที่ได้

แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน

แต่ความพึงพอใจอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ฉีด ฉีดบนผิวแบบไหน และฉีดเพื่อจุดประสงค์อะไร

นอกจากนี้ ไม่ใช่หัตถการที่ครอบจักรวาลและเหมาะกับทุกคน

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำครับ

Like